Filler Expert by RWC Clinic สรุปให้
- ฟิลเลอร์ยกหน้า ไม่ได้ฉีดตรงจุดที่หย่อนเพียงอย่างเดียว แต่ฉีดหนุนโครงสร้างที่ยุบตัว เช่น ขมับ โหนกแก้ม และใต้ตา เพื่อพยุงผิวที่หย่อนลงมาให้กลับขึ้นไป
- จุดที่ใช้บ่อย ได้แก่ ขมับ โหนกแก้ม ใต้ตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก คาง และแนวกราม โดยแพทย์เลือกจุดตามสาเหตุของหน้าตกในแต่ละคน
- ปริมาณรวมสำหรับยกทั้งหน้าในครั้งแรกมักอยู่ที่ประมาณ 2–5 CC หากหน้าตกมากอาจต้องแบ่งฉีดเป็นหลายครั้ง
- ฟิลเลอร์แต่ละจุดต้องใช้เนื้อเจลต่างกัน จุดรับน้ำหนักใช้เนื้อแน่น ส่วนจุดผิวบางอย่างใต้ตาใช้เนื้อนุ่ม
- การฉีดร่องแก้มจุดเดียวโดยไม่แก้ต้นเหตุ อาจทำให้หน้าดูอูมและร่องลึกกว่าเดิม จึงควรให้แพทย์ประเมินทั้งใบหน้าก่อนทุกครั้ง
ฟิลเลอร์ยกหน้า เป็นการฉีดสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) เพื่อหนุนโครงสร้างใบหน้าที่ยุบตัวตามวัย ให้ผิวที่หย่อนคล้อยถูกพยุงกลับขึ้นไป คำถามที่พบบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจฉีดคือต้องฉีดจุดไหนและใช้กี่ CC เพราะคำตอบของ 2 ข้อนี้กำหนดทั้งผลลัพธ์และงบประมาณ บทความนี้จะอธิบายหลักการเลือกจุดฉีด ปริมาณโดยประมาณของแต่ละจุด และเหตุผลที่แพทย์ต้องประเมินทั้งใบหน้าก่อนฉีดค่ะ
ใบหน้าที่ดูหย่อนไม่ได้เกิดจากผิวยืดเพียงอย่างเดียวค่ะ แต่เกิดจากโครงสร้างด้านในที่ยุบตัวลงหลายชั้นพร้อมกัน หากเปรียบใบหน้าเป็นเต็นท์ ฟิลเลอร์ยกหน้าก็ทำหน้าที่เหมือนเสาค้ำ ต้องปักในตำแหน่งที่รับน้ำหนักได้ ผ้าเต็นท์ซึ่งเปรียบได้กับผิวจึงจะตึงขึ้นทั้งผืน การเติมเฉพาะจุดที่เห็นร่องชัดที่สุดจึงมักไม่พอ และบางครั้งยังทำให้หน้าดูหนักขึ้นด้วย
อ่านเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ อยากฉีดแต่ไม่อยากเสี่ยง เรื่องต้องรู้ก่อนฉีด
ตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป ใบหน้าจะเปลี่ยนแปลงใน 4 ชั้นหลักค่ะ
- กระดูก – ขอบเบ้าตา กระดูกแก้ม และกรามค่อย ๆ ยุบตัว ทำให้ฐานรองรับเนื้อเยื่อหายไป
- ไขมัน – ชั้นไขมันบริเวณขมับและแก้มลดลงและเคลื่อนต่ำลง ไปกองเหนือร่องแก้มและแนวกราม
- เอ็นยึดผิว (Retaining Ligament) และชั้น SMAS – หย่อนตัว ยึดผิวได้ไม่แน่นเท่าเดิม
- ผิวหนัง – คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ผิวบางและยืดหยุ่นน้อยลง
แพทย์จะประเมินจากหลายมุม ทั้งขณะหน้านิ่งและขณะยิ้ม เพื่อแยกว่าปัญหาหลักอยู่ที่ชั้นไหน เช่น คนที่กระดูกใต้ตายุบจะเห็นร่องใต้ตาต่อเนื่องลงไปถึงร่องแก้ม ส่วนคนที่ไขมันขมับลดลงจะเห็นหางคิ้วตกและกรอบหน้าด้านข้างแฟบค่ะ
ฟิลเลอร์ยกหน้า ฉีดจุดไหนได้บ้าง
จุดที่ฉีด ช่วยแก้ปัญหา
ขมับ ขมับตอบ หางคิ้วตก ช่วยดึงกรอบหน้าด้านข้างขึ้น
โหนกแก้ม แก้มส่วนบนแบน ช่วยพยุงเนื้อแก้มและทำให้ร่องแก้มตื้นขึ้น
ใต้ตา ร่องใต้ตาลึก ขอบเบ้าตาด้านล่างยุบ
แก้มส่วนหน้า (แก้มส้ม) แก้มแบน ขาดมิติ
แก้มตอบ แก้มยุบจากอายุหรือน้ำหนักลด
ร่องแก้ม ร่องจากจมูกถึงมุมปากลึก
ร่องน้ำหมาก / มุมปาก มุมปากตก หน้าดูบึ้ง
คาง คางสั้น ช่วยให้แนวกรามด้านหน้าคมขึ้น
แนวกราม กรอบหน้าไม่ชัด เนื้อย้อยเหนือกราม
ฟิลเลอร์ยกหน้า ใช้กี่ CC
ปริมาณขึ้นอยู่กับระดับการยุบตัวของแต่ละคน ตารางด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณที่พบในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ปริมาณตายตัวค่ะ
จุดที่ฉีด ปริมาณโดยประมาณ (รวม 2 ข้าง)
ขมับ 1–2 CC
โหนกแก้ม 1–2 CC
ใต้ตา 2–4 CC
ร่องแก้ม 1–2 CC
ร่องน้ำหมาก / มุมปาก 0.5–1 CC
คาง 2–3 CC
แนวกราม 2–4 CC
ปริมาณรวม: การยกทั้งหน้าในครั้งแรกมักใช้ประมาณ 2–5 CC ส่วนผู้ที่หน้าตกมากหรือกระดูกยุบชัดอาจต้องใช้มากกว่านี้ แพทย์มักแนะนำให้แบ่งฉีด มากกว่าใส่ปริมาณมากในครั้งเดียว
- เนื้อแน่น คงรูปสูง – เหมาะกับจุดหนุนโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนัก เช่น โหนกแก้ม คาง แนวกราม ขมับ
- เนื้อปานกลาง – เหมาะกับร่องแก้มและแก้มส่วนหน้า ซึ่งต้องทั้งพยุงและขยับตามการยิ้ม
- เนื้อนุ่ม เบา – เหมาะกับใต้ตา ซึ่งผิวบางมาก หากใช้เนื้อแน่นอาจเห็นเป็นก้อนหรือเป็นเงาสีฟ้า (Tyndall Effect)
ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อมีรุ่นย่อยที่ออกแบบมาสำหรับแต่ละตำแหน่ง แพทย์จึงอาจใช้มากกว่า 1 รุ่นในการฉีดครั้งเดียวค่ะ
อ่านเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับใบหน้า
คำถามที่พบบ่อย
ฟิลเลอร์ยกหน้า 1 CC พอไหม
เพียงพอสำหรับแก้ 1 จุดในกรณีปัญหาเล็กน้อย เช่น ใต้ตา แต่หากต้องการยกทั้งหน้าจริง ๆ มักต้องใช้ 2 CC ขึ้นไปค่ะ
ฟิลเลอร์ยกหน้าอยู่ได้นานแค่ไหน
ประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นกับรุ่นของฟิลเลอร์และตำแหน่งที่ฉีด จุดที่ขยับน้อยอย่างขมับและโหนกแก้มจะอยู่ได้นานกว่ารอบปาก
ฉีดหลายจุดพร้อมกันอันตรายไหม
ไม่อันตรายหากแพทย์ประเมินปริมาณรวมอย่างเหมาะสม และใช้เทคนิคที่หลีกเลี่ยงแนวเส้นเลือด แต่อาจบวมมากกว่าการฉีดจุดเดียวในช่วง 2–3 วันแรก
อายุเท่าไรถึงควรเริ่มฉีดยกหน้า
ไม่มีอายุตายตัวค่ะ แต่ส่วนใหญ่เริ่มเห็นการยุบตัวของโครงหน้าตั้งแต่ช่วง 30 ปีขึ้นไป การเริ่มเร็วในขณะที่ปัญหายังน้อยมักใช้ปริมาณน้อยกว่า
ฉีดฟิลเลอร์ยกหน้าร่วมกับร้อยไหมหรือ HIFU ได้ไหม
ได้ค่ะ ฟิลเลอร์แก้เรื่องปริมาตรที่หายไป ส่วนร้อยไหมและเครื่องยกกระชับแก้เรื่องผิวหย่อน แพทย์จะวางลำดับและระยะห่างของการทำแต่ละอย่างให้
บทสรุปฟิลเลอร์ยกหน้า
ฟิลเลอร์ยกหน้าให้ผลดีที่สุดเมื่อฉีดตรงต้นเหตุของการยุบตัว ไม่ใช่เติมเฉพาะร่องที่เห็นชัด จุดฉีดและปริมาณ CC จึงต่างกันในแต่ละคน โดยปริมาณรวมมักอยู่ที่ 2–5 CC ต่อการยกทั้งหน้าในครั้งแรก การประเมินใบหน้าอย่างละเอียดกับแพทย์ก่อนฉีดจะช่วยให้ใช้ฟิลเลอร์ได้คุ้มค่าและได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติค่ะ
