ฉีดไขมันใต้ตา กลายเป็นหนึ่งในหัตถการเสริมความงามที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปี 2025 สำหรับคนที่มีปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล หรือใต้ตาคล้ำที่ทำให้ดูอ่อนเพลียและแก่กว่าวัย การฉีดไขมันใต้ตาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพราะใช้ไขมันจากร่างกายตัวเอง ปลอดภัยจากการแพ้ และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
หากคุณกำลังพิจารณาฉีดไขมันใต้ตา แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอน ข้อดี-ข้อเสีย ราคา และความปลอดภัย บทความนี้จะเป็นคู่มือสมบูรณ์ที่รวบรวมข้อมูลทุกอย่างที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ พร้อมเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่นๆ เพื่อให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง
สารบัญ
ฉีดไขมันใต้ตา หรือ Under Eye Fat Injection เป็นหัตถการที่นำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาเติมเต็มบริเวณใต้ตาที่มีปัญหา โดยเริ่มจากการดูดไขมันจากบริเวณที่มีไขมันสะสม เช่น หน้าท้อง สะโพก หรือต้นขา จากนั้นนำไขมันที่ได้มาผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ เพื่อให้ได้เซลล์ไขมันคุณภาพสูงที่มีโอกาสรอดชีวิตสูงเมื่อถูกย้ายไปยังตำแหน่งใหม่
อ่านเพิ่มเติม : รวมเรื่องที่ต้องรู้ก่อนฉีดไขมันหน้า ฟิลเลอร์ธรรมชาติจากไขมันตัวเอง
ปัญหาที่ฉีดไขมันใต้ตาช่วยแก้ได้
การฉีดไขมันใต้ตา สามารถช่วยแก้ปัญหาหลายประการ ได้แก่
- เบ้าตาลึก ตาโหล ที่เกิดจากการสูญเสียไขมันตามอายุ
- ร่องลึกใต้ตา ที่ทำให้ดูเหนื่อยล้า
- ใต้ตาคล้ำ จากการมองเห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนังบาง
- ริ้วรอยใต้ตา จากการเสื่อมสภาพของผิว
- ความไม่สมดุลของใบหน้า จากการขาดปริมาตรในบริเวณใต้ตา
เทคนิคการฉีดไขมันใต้ตาที่ทันสมัย
ปัจจุบันมีเทคนิคการฉีดไขมันใต้ตาหลายแบบ
- Fat Transfer แบบดั้งเดิม เป็นการย้ายไขมันจากบริเวณอื่นมาฉีดเติมเต็มใต้ตา เน้นการเพิ่มปริมาตรและแก้ไขร่องลึก
- Nano Fat Technique ใช้ไขมันที่มีเซลล์ขนาดเล็กมาก ฉีดเข้าสู่ผิวชั้นบน ช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวและลดริ้วรอยได้ดี
- PRP Fat Combination ผสมไขมันกับ PRP (Platelet-Rich Plasma) เพื่อเพิ่มอัตราการติดตัวของไขมันและช่วยฟื้นฟูผิว
ข้อดีของการฉีดไขมันใต้ตา
- ความปลอดภัยสูง เนื่องจากใช้ไขมันจากร่างกายตัวเอง จึงไม่มีความเสี่ยงในการแพ้หรือปฏิกิริยาต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกัน
- ผลลัพธ์ยาวนาน หากไขมันติดตัวได้ดี สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต ไม่ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อยๆ
- ดูเป็นธรรมชาติ ไขมันมีความนุ่มนวลเหมือนเนื้อเยื่อธรรมชาติ ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าสารเติมเต็มสังเคราะห์
- คุ้มค่าในระยะยาว แม้ราคาเริ่มต้นจะสูง แต่เมื่อคิดในระยะยาว จะคุ้มกว่าการฉีดฟิลเลอร์ซ้ำหลายครั้ง
- ประโยชน์ 2 ต่อ ได้ทั้งการกำจัดไขมันส่วนเกินจากบริเวณที่ไม่ต้องการ และเติมเต็มบริเวณที่ต้องการ
ข้อเสียของการฉีดไขมันใต้ตา
- ไม่เห็นผลทันที ต้องรอให้ไขมันติดตัวและบวมลดลงก่อน ประมาณ 2-3 เดือนจึงจะเห็นผลลัพธ์สุดท้าย
- มีขั้นตอนซับซ้อน ต้องผ่านการดูดไขมัน การปั่นแยก และการฉีด ทำให้ใช้เวลานานกว่าการฉีดฟิลเลอร์
- ผลลัพธ์ไม่แน่นอน มีโอกาสที่ไขมันบางส่วนจะถูกดูดซึมไป โดยเฉพาะในระยะ 3-6 เดือนแรก
- ระยะพักฟื้นนาน มีอาการบวม ช้ำ มากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ ต้องใช้เวลาพักฟื้น 1-2 สัปดาห์
- ยากต่อการแก้ไข หากผลลัพธ์ไม่เป็นที่พึงพอใจ การแก้ไขจะทำได้ยากกว่าฟิลเลอร์ที่สามารถฉีดสลายได้
- มีแผลจากการดูดไขมัน แม้จะเป็นแผลเล็กประมาณ 3-5 มม. แต่ต้องดูแลแผลและอาจมีรอยแผลเป็นเล็กน้อย
เปรียบเทียบฉีดไขมันใต้ตา VS ฟิลเลอร์ใต้ตา
การเลือกระหว่างฉีดไขมันใต้ตากับฟิลเลอร์ใต้ตาขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาพปัญหาของแต่ละคน
ตารางเปรียบเทียบ
หัวข้อ ฉีดไขมันใต้ตา ฟิลเลอร์ใต้ตา
วัสดุที่ใช้ ไขมันจากร่างกายตัวเอง Hyaluronic Acid สังเคราะห์
ความปลอดภัย ปลอดภัยสูง ไม่แพ้ ปลอดภัย แต่อาจแพ้ได้เล็กน้อย
ระยะเวลาผลลัพธ์ 1-2 ปี 6-24 เดือน
การเห็นผล ช้า 2-3 เดือน ทันที
ระยะพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ 1-3 วัน
ราคา สูงในตอนแรก แต่คุ้มระยะยาว ต่ำกว่า แต่ต้องทำซ้ำ
การแก้ไข ยาก ต้องผ่าตัด ง่าย ฉีดสลายได้
ความเหมาะสม เบ้าตาลึกมาก ต้องการผลถาวร ปัญหาเล็กน้อย ต้องการผลเร็ว
ใครควรเลือกฉีดไขมันใต้ตา
- ผู้ที่มีเบ้าตาลึกมาก ตาโหลชัดเจน
- ต้องการผลลัพธ์ถาวร ไม่อยากทำซ้ำบ่อยๆ
- มีไขมันส่วนเกินเพียงพอสำหรับดูด
- ไม่กลัวขั้นตอนที่ซับซ้อนและระยะพักฟื้นที่นาน
- อายุ 35 ปีขึ้นไป ที่มีการสูญเสียไขมันใต้ตาชัดเจน
ใครควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
- ผู้ที่มีปัญหาไม่รุนแรงมาก
- ต้องการเห็นผลทันที
- ไม่มีเวลาพักฟื้นนาน
- อยากลองดูผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจทำถาวร
- กลัวการผ่าตัดหรือขั้นตอนที่ซับซ้อน
ราคาและค่าใช้จ่ายของการฉีดไขมันใต้ตา
ราคาฉีดไขมันใต้ตา ในประเทศไทยอยู่ในช่วง 20,000 – 120,000 บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ เทคนิคที่ใช้ และสถานที่ทำ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับหลัก
- คลินิกทั่วไป: 20,000 – 40,000 บาท
- โรงพยาบาลเอกชน: 40,000 – 80,000 บาท
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน: 60,000 – 120,000 บาท
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา
ราคาจะแตกต่างกันตามปัจจัยสำคัญ 5 ประการ คือ ประสบการณ์ของแพทย์ เทคนิคที่ใช้ (เช่น Nano Fat หรือ PRP Fat) ปริมาณไขมันที่ต้องการ ทำเลที่ตั้งของคลินิก และเทคโนโลยีอุปกรณ์ที่ใช้
การเตรียมตัวและการดูแลหลังฉีดไขมันใต้ตา
การเตรียมตัวก่อนฉีดไขมันใต้ตา
- ปรึกษาแพทย์ เข้ารับการตรวจและประเมินความเหมาะสมอย่างละเอียด
- งดยาบางชนิด หยุดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน อย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดอาหารเสริม หยุดวิตามิน E, น้ำมันปลา, โสม หรือสมุนไพรอื่นๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเลือดออก
การดูแลหลังฉีดไขมันใต้ตา
- งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนและหลังการทำ เพื่อให้การไหลเวียนเลือดดี
- พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับ 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
- ประคบเย็นเบาๆ เพื่อลดบวม แต่ไม่กดแรง
- นอนหัวสูงเพื่อช่วยลดบวม
- งดแต่งหน้าบริเวณใต้ตา
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือถูไขมันที่ฉีด
อ่านเพิ่มเติม : ฉีดไขมันหน้า พักฟื้นนานแค่ไหน? ระยะเวลา การเข้าที่ และการดูแลตัวเอง
บทสรุป
ฉีดไขมันใต้ตา เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล หรือใต้ตาคล้ำอย่างรุนแรง และต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาที่ใช้ในการเห็นผล ขั้นตอนที่ซับซ้อน และราคาที่สูงกว่าในตอนแรก แต่ในระยะยาวถือว่าคุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าทางเลือกอื่น
ก่อนตัดสินใจฉีดไขมันใต้ตา ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินความเหมาะสมและเข้าใจในความเสี่ยงต่างๆ อย่างชัดเจน การเลือกแพทย์และสถานพยาบาลที่มีประสบการณ์และได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการประกันความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี
หากคุณยังไม่แน่ใจหรือต้องการทดลองดูผลก่อน การเริ่มต้นด้วยฟิลเลอร์ใต้ตาก็เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากสามารถให้ผลเร็วและมีความเสี่ยงน้อยกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวรและมีปัญหารุนแรง การฉีดไขมันใต้ตาจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
