ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้รอยคล้ำ กำลังเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำแบบไม่ต้องผ่าตัด เนื่องจากให้ผลลัพธ์ทันที ดูเป็นธรรมชาติ และมีระยะพักฟื้นสั้น บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับฟิลเลอร์ใต้ตาแก้รอยคล้ำ พร้อมเปรียบเทียบประสิทธิภาพของฟิลเลอร์ 4 แบรนด์ที่ RWC Clinic เลือกใช้
สารบัญ
ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้รอยคล้ำคืออะไร และทำงานอย่างไร
ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้รอยคล้ำ คือการใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกายมนุษย์ ฉีดเข้าไปในบริเวณใต้ตาที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นร่องลึก ตาโหล หรือผิวใต้ตาที่บางจนเห็นเส้นเลือด
กลไกการทำงานของฟิลเลอร์มีหลักการสำคัญ ดังนี้
- เติมเต็มร่องลึก ช่วยยกผิวบริเวณที่เป็นร่องให้ตื้นขึ้น ลดการเกิดเงามืดใต้ตา
- เพิ่มความหนาให้ผิว ผิวที่หนาขึ้นจะปิดบังเส้นเลือดใต้ผิวที่ทำให้เกิดรอยคล้ำได้ดีขึ้น
- ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ลดการสะท้อนแสงที่ทำให้เห็นรอยคล้ำชัดเจน
- เสริมคอลลาเจน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
โดยทั่วไป ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้รอยคล้ำ จะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของฟิลเลอร์และการดูแลตัวเองหลังฉีด
อ่านเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยแก้สารพัดปัญหาใต้ตาด้วยวิธีที่ปลอดภัย
ประเภทรอยคล้ำใต้ตาที่ฟิลเลอร์สามารถแก้ไขได้
ไม่ใช่รอยคล้ำทุกประเภทที่แก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์ มาดูกันว่าฟิลเลอร์สามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาแบบไหนได้บ้าง
ประเภทรอยคล้ำ ลักษณะ ฟิลเลอร์สามารถแก้ไขได้หรือไม่
ร่องน้ำตาลึก (Tear trough) มีร่องลึกใต้ตา ทำให้เกิดเงาดำ ✅ ได้ผลดีมาก
เบ้าตาโหล กระดูกเบ้าตายุบตัว ทำให้เกิดเงาดำ ✅ ได้ผลดี
ผิวบางเห็นเส้นเลือด เส้นเลือดสีคล้ำส่องผ่านผิวบาง ✅ ได้ผลดี
ถุงใต้ตาเล็กน้อย มีไขมันใต้ตายื่นออกมาเล็กน้อย ✅ ได้ผลปานกลาง
รอยคล้ำจากเม็ดสี มีเม็ดสีเมลานินสะสม ❌ ควรใช้วิธีอื่น
ถุงใต้ตาที่หย่อนคล้อยมาก ผิวหนังหย่อนคล้อยมาก ❌ ควรพิจารณาศัลยกรรม
เปรียบเทียบ 4 ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้รอยคล้ำยอดนิยม
ปัจจุบันมีฟิลเลอร์หลากหลายยี่ห้อในตลาด แต่ไม่ใช่ทุกยี่ห้อที่เหมาะกับการฉีดใต้ตา เพราะต้องการความละเอียดสูง ด้านล่างนี้คือฟิลเลอร์ที่แพทย์ผู้ประสบการณ์แนะนำสำหรับการแก้ไขรอยคล้ำใต้ตาโดยเฉพาะ
1. Restylane
- รุ่นแนะนำ: Restylane Vital Light, Restylane Perlane Lyft
- จุดเด่น: เนื้อละเอียดมาก เกลี่ยง่าย มีความคงตัวสูง
- ระยะเวลา: อยู่ได้ 6-12 เดือน
- เหมาะกับ: ผู้ที่มีผิวบางและมีรอยคล้ำจากเส้นเลือด หรือต้องการเสริมกระดูกใต้ตาที่ยุบตัว
2. Juvederm
- รุ่นแนะนำ: Juvederm Volbella, Juvederm Voluma
- จุดเด่น: มีความยืดหยุ่นสูง ดูเป็นธรรมชาติ ไม่บวม
- ระยะเวลา: อยู่ได้ 9-18 เดือน
- เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติและกลัวอาการบวม หรือต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน
3. Belotero
- รุ่นแนะนำ: Belotero Balance, Belotero Soft
- จุดเด่น: เนื้อบางเบา กระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อนเขียว (Tyndall Effect)
- ระยะเวลา: อยู่ได้ 6-8 เดือน
- เหมาะกับ: ผู้ที่มีผิวบางมากและกังวลเรื่องการเกิดก้อนฟิลเลอร์
4. e.p.t.q
- รุ่นแนะนำ: e.p.t.q S100, e.p.t.q S300
- จุดเด่น: ใช้เทคโนโลยี Two Crosslinking Method ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเข้มข้นสูง
- ระยะเวลา: อยู่ได้ 6-8 เดือน
- เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นสูง และต้องการผลลัพธ์ที่คงตัว
ก่อนตัดสินใจฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้รอยคล้ำ ควรตระหนักถึงสิ่งต่อไปนี้
- เลือกแพทย์ผู้ชำนาญการ – บริเวณใต้ตาเป็นพื้นที่บอบบางและมีความเสี่ยงสูง ต้องการแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน
- ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ – ใช้ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. เท่านั้น และขอดูกล่องก่อนฉีด
- งดยาและอาหารเสริมบางชนิด – ควรงดแอสไพริน, วิตามินอี, กระเทียม และสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- ประเมินความคาดหวัง – การฉีดฟิลเลอร์อาจไม่สามารถแก้ไขรอยคล้ำได้ 100% โดยเฉพาะรอยคล้ำที่เกิดจากเม็ดสี
- คำนึงถึงค่าใช้จ่ายระยะยาว – เนื่องจากฟิลเลอร์ไม่ถาวร จึงต้องฉีดซ้ำเป็นระยะ
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแก้รอยคล้ำ
หลังจากฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้รอยคล้ำ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- ประคบเย็น ช่วยลดอาการบวมในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- งดแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- งดออกกำลังกายหนัก 48 ชั่วโมง
- นอนหงายและยกศีรษะสูง ช่วยลดอาการบวม
- งดนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่
- ทาครีมกันแดด เสมอเมื่อออกแดด
- ติดตามผลกับแพทย์ ตามนัด 2 สัปดาห์หลังฉีด
บทสรุป
ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้รอยคล้ำ เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาร่องน้ำตาลึก เบ้าตาโหล และผิวบางเห็นเส้นเลือดใต้ตาโดยไม่ต้องผ่าตัด การเลือกฟิลเลอร์ระหว่าง Restylane, Juvederm, Belotero หรือ e.p.t.q ควรพิจารณาจากลักษณะปัญหาเฉพาะบุคคล
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกแพทย์ผู้ชำนาญการและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ฟิลเลอร์ไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหารอยคล้ำถาวร จึงจำเป็นต้องฉีดซ้ำเป็นระยะเพื่อรักษาผลลัพธ์ที่สวยงาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ