Ellanse (อีลองเซ่) คืออะไร? ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนจบทุกปัญหาผิว

Ellanse คืออะไร? ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว

ในยุคที่การดูแลผิวพรรณกลายเป็นเรื่องสำคัญของทุกคน Ellanse (อีลองเซ่) ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความงามทั่วโลก ด้วยนวัตกรรมฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ Ellanse โดดเด่นกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มปริมาตรที่เห็นผลทันที หรือการฟื้นฟูคอลลาเจนในระยะยาว ซึ่งช่วยแก้ปัญหาผิวได้จากรากเหง้าอย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหาทรีตเมนต์ที่ให้ผลลัพธ์ยาวนาน ไม่ต้องพักฟื้นนาน และปลอดภัยโดยไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จัก Ellanse อย่างละเอียดครบถ้วน ตั้งแต่กลไกการทำงาน บริเวณที่ใช้ได้ ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำทรีตเมนต์

Ellanse คืออะไร? และทำงานอย่างไร

Ellanse (อ่านว่า อีลองเซ่) คือฟิลเลอร์ชนิดพิเศษที่ผลิตจากไมโครสเฟียร์ Polycaprolactone (PCL) ซึ่งกระจายตัวอยู่ในเจลพาหะ Carboxymethyl Cellulose (CMC) โดยสารทั้งหมดสามารถถูกร่างกายย่อยสลายตามธรรมชาติให้กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ โดยไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ ไว้ในร่างกาย

Prograam Ellanse คืออะไร? และทำงานอย่างไร

สิ่งที่ทำให้ Ellanse โดดเด่นคือการทำงานแบบ 2 in 1 ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 เติมเต็มปริมาตรทันที: ไมโครสเฟียร์ที่กระจายตัวสม่ำเสมอในเจล CMC ทำหน้าที่เติมเต็มบริเวณที่สูญเสียปริมาตรไป แก้ไขริ้วรอยและร่องลึกได้ทันทีหลังการรักษา
  • ขั้นตอนที่ 2 กระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติ: ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนถัดมา ไมโครสเฟียร์จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเอง และเมื่อไมโครสเฟียร์ถูกย่อยสลายไปแล้ว โครงสร้างคอลลาเจนที่เกิดขึ้นจะยังคงอยู่ ทำหน้าที่เติมเต็มและเพิ่มปริมาตรให้ผิวหนังต่อไปอย่างต่อเนื่อง

เหตุใดคอลลาเจนจึงสำคัญ ในผิวหนังวัยหนุ่มสาว คอลลาเจนทำหน้าที่เป็นโครงสร้างรองรับอีลาสตินและกรดไฮยาลูโรนิก ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น และตึงกระชับ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยมักเริ่มตั้งแต่อายุ 20 ปี ระดับคอลลาเจนและอีลาสตินจะเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอย ร่องลึก และสูญเสียโครงสร้างความอิ่มเต็ม Ellanse จึงเข้ามาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนี้โดยตรง

Ellanse แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?

ฟิลเลอร์ทั่วไปที่หลายคนรู้จัก เช่น ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) จะค่อย ๆ ถูกร่างกายดูดซึมและสลายตัวไปพร้อมกับปริมาตรที่เติมเต็ม ทำให้ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อยครั้ง แต่ Ellanse มีกลไกการสลายตัวที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

ไมโครสเฟียร์ของ Ellanse จะคงปริมาตรเดิมไว้จนกว่าโมเลกุลทุกตัวจะสลายหมด กล่าวคือผลลัพธ์จะไม่ค่อย ๆ ลดลงเหมือนฟิลเลอร์ HA แต่จะคงอยู่เต็มที่ตลอดระยะเวลาที่กำหนด ความคงอยู่ของผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับจำนวนโมเลกุลในไมโครสเฟียร์ ยิ่งมีโมเลกุลมาก ผลลัพธ์ก็ยิ่งอยู่ได้นานขึ้น

Ellanse มีกี่แบบและแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร

Program Ellanse มีกี่แบบและแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร

Ellanse มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น S, M, L และ E โดยจุดต่างสำคัญอยู่ที่ความยาวของสายโซ่โมเลกุล PCL (Polycaprolactone) ซึ่งเป็นตัวกำหนดระยะเวลาที่ร่างกายจะใช้ในการย่อยสลายสาร — ยิ่งรหัสรุ่นขยับสูงขึ้น ระยะเวลาที่คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นคงอยู่ก็จะยาวนานขึ้นตามลำดับ

ตารางเปรียบเทียบรุ่นของ Ellanse

รุ่นระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่หมายเหตุ
Ellanse Sประมาณ 1 ปี (~12 เดือน)มีจำหน่ายและใช้งานแพร่หลายในไทย
Ellanse Mประมาณ 2 ปี (~24 เดือน)นิยมสูงสุดในไทย ลดความถี่การทำซ้ำ
Ellanse Lประมาณ 3 ปี (~36 เดือน)เหมาะสำหรับผู้ต้องการผลระยะยาวสูงสุด
Ellanse Eประมาณ 4 ปี (~48 เดือน)ผลลัพธ์ยาวนานที่สุดในตระกูล Ellanse

ความแตกต่างของระยะเวลาในแต่ละรุ่นนี้ไม่ได้มีผลต่อการทำงานของ CMC ที่ช่วยเติมเต็มผิวในระยะแรก สาร CMC ถูกออกแบบมาให้ให้ผลการยกกระชับตั้งแต่วันแรกที่ทำ ก่อนที่ร่างกายจะเริ่มสร้างตาข่ายคอลลาเจนตามธรรมชาติเข้ามาทดแทนในตำแหน่งเดิมในช่วงที่เนื้อเจลเริ่มทยอยสลายตัวไป

ในประเทศไทย รุ่นที่ผ่านการรับรองและมีการใช้งานแพร่หลายคือรุ่น S และ M ผู้เข้ารับบริการที่ต้องการการปรับรูปหน้าแบบยั่งยืนมักเลือกรุ่น M เพื่อลดความถี่ในการเข้าพบแพทย์เพื่อเติมสารใหม่ในช่วงรอบ 24 เดือน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวและแนะนำรุ่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ Ellanse ยังมีข้อได้เปรียบสำคัญทางคลินิก โดยผลการศึกษาพบว่าผู้รับการรักษา 100% ระบุว่าผลลัพธ์ดีขึ้น ดีขึ้นมาก หรือดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อติดตามผลที่ 24 เดือน และผู้รับการรักษาถึง 78% แสดงความต้องการที่จะกลับมารับการรักษาซ้ำเมื่อครบ 24 เดือนหลังการฉีด ซึ่งสะท้อนถึงความพึงพอใจในระดับสูงอย่างชัดเจน

Ellanse ใช้ได้กับบริเวณใดบ้าง?

Ellanse เป็นทรีตเมนต์ที่ใช้ได้กับหลายบริเวณของใบหน้าและร่างกาย เหมาะสำหรับแก้ปัญหาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มหรือการปรับรูปทรง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลสำหรับคุณ บริเวณที่รักษาได้ด้วย Ellanse มีดังนี้

Program Ellanse ใช้ได้กับบริเวณใดบ้าง?
  • แก้ม เติมเต็มแก้มตอบ ลดร่องแก้ม เพิ่มความอิ่มเต็มของใบหน้า
  • หน้าผาก ลดร่องและริ้วรอยบนหน้าผาก เพิ่มความเรียบเนียน
  • เส้นกราม เสริมความชัดเจนของเส้นกราม ช่วยให้หน้ารูปไข่ดูสมส่วนขึ้น
  • คาง เสริมคางให้แหลมหรืยาวขึ้น ปรับสัดส่วนใบหน้าให้สวยงาม
  • จมูก เสริมสันจมูก ปรับรูปจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • มือ ลดความผอมแห้งของหลังมือ ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ขมับและบริเวณคิ้ว เติมเต็มขมับที่ตอบ ยกกระชับหางคิ้ว
  • ใบหน้าส่วนล่าง ลดร่องปาก ริ้วรอยรอบมุมปาก และความหย่อนคล้อยของใบหน้าส่วนล่าง

ทรีตเมนต์ใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการรักษา และเห็นผลการเติมเต็มปริมาตรได้ทันทีหลังการรักษา จากนั้น Ellanse จะค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและยาวนานยิ่งขึ้น

Ellanse เหมาะกับใคร? และใครไม่ควรทำ

ใครเหมาะกับ Ellanse?

Ellanse เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่ต้องการ

  • เพิ่มความอิ่มเต็มให้ผิวและลดสัญญาณแห่งวัย
  • แก้ไขริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า
  • ปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และกระชับมากขึ้น
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน ไม่ต้องกลับมาทำบ่อยครั้ง
  • ต้องการทรีตเมนต์ที่ไม่ต้องผ่าตัดและใช้เวลาพักฟื้นน้อย
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

ใครไม่ควรทำ Ellanse?

แม้ว่า Ellanse จะเป็นทรีตเมนต์ที่ปลอดภัยสูง แต่ก็มีข้อห้ามที่ควรทราบก่อนตัดสินใจ ได้แก่

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง (Severe Allergy)
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (Autoimmune Disease)
  • ผู้ที่มีการอักเสบของผิวหนังในบริเวณที่ต้องการฉีด
  • ผู้ที่กำลังรับการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์
  • สตรีมีครรภ์

แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำทรีตเมนต์เสมอ เพื่อรับการประเมินสภาพผิวและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ

ผลข้างเคียงและการดูแลหลังทำ Ellanse

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

Ellanse เป็นทรีตเมนต์ที่มีโปรไฟล์ความปลอดภัยสูงและผ่านการพิสูจน์ทางคลินิก อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับการรักษาทุกประเภท อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยที่พบได้ ได้แก่

  • บวมและแดงบริเวณที่ฉีด มักหายเองภายใน 1–2 วัน
  • เจ็บปวดหรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณที่ฉีด เป็นชั่วคราวและบรรเทาได้
  • มีเลือดออกเล็กน้อยหรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด หายเองภายในไม่กี่วัน
  • ชาหรือคันบริเวณที่ฉีด พบได้บ้างในช่วงแรก
  • การอักเสบเฉียบพลันของเนื้อเยื่อในระดับเล็กน้อย เช่น ผื่น หรือก้อนเนื้อเล็กน้อย

โดยทั่วไปผลข้างเคียงเหล่านี้จะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน หากอาการยังคงอยู่นานกว่านั้นหรือรุนแรงขึ้น แนะนำให้กลับไปปรึกษาแพทย์ทันที

การดูแลตัวเองหลังทำ Ellanse

เพื่อให้ผลลัพธ์ของ Ellanse คงอยู่ได้นานที่สุดและลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการรักษา ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก
  • ประคบเย็นเบา ๆ หากมีอาการบวมหรือรู้สึกร้อนบริเวณที่ฉีด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในวันแรกหลังทำทรีตเมนต์
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังการรักษา
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อช่วยการฟื้นฟูของผิว
  • หากมีอาการผิดปกติใด ๆ ให้รีบติดต่อแพทย์ผู้ทำการรักษาทันที

อ่านเพิ่มเติม : ข้อปฏิบัติ หลังฉีดฟิลเลอร์ มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

บทสรุป

Ellanse (อีลองเซ่) ไม่ใช่แค่ฟิลเลอร์ธรรมดา แต่คือนวัตกรรมที่เปลี่ยนนิยามของการดูแลผิวแบบไม่ผ่าตัด ด้วยกลไกการทำงาน 2 in 1 ที่ทั้งเติมเต็มทันทีและกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว ทำให้ Ellanse ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ยั่งยืนโดยไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับทรีตเมนต์ซ้ำ ๆ ทุก 6–12 เดือน
จุดเด่นสำคัญของ Ellanse ที่ทำให้แตกต่างจากทางเลือกอื่น ๆ ได้แก่ ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันที ความปลอดภัยสูงจากวัสดุที่ร่างกายย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ยาวนาน 18 เดือนจนถึง 3 ปี และการฟื้นฟูผิวหนังจากภายในด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนของร่างกายเอง
หากคุณสนใจ Ellanse แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการประเมินและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของคุณโดยเฉพาะ เพราะทรีตเมนต์ที่ดีที่สุดคือทรีตเมนต์ที่ตอบโจทย์คุณได้มากที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า