Ellanse (อีลองเซ่) คืออะไร? ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนจบทุกปัญหาผิว

Ellanse คืออะไร? ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว

Filler Expert by RWC Clinic สรุปให้

  • Ellanse คือฟิลเลอร์ชนิดพิเศษที่ผลิตจากไมโครสเฟียร์ Polycaprolactone (PCL) กระจายตัวในเจลพาหะ Carboxymethyl Cellulose (CMC) ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้าง
  • ทำงานแบบ 2 in 1 คือเติมเต็มปริมาตรทันทีจากตัวเจล และกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ในระยะยาวจากไมโครสเฟียร์
  • มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย (S, M, L, E) ตามระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ ตั้งแต่ 1 ปีจนถึง 4 ปี
  • ใช้ได้หลายบริเวณ ทั้งแก้ม หน้าผาก กราม คาง จมูก ขมับ และหลังมือ
  • ที่ RWC Clinic การฉีด Ellanse อยู่ภายใต้การดูแลของหมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศวรฤทธิ์) ซึ่งเป็น KOL ของผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

Ellanse (อ่านว่า อีลองเซ่) คือหนึ่งในนวัตกรรมฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความงามทั่วโลก ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างชัดเจน ทั้งการเติมเต็มปริมาตรที่เห็นผลทันที และการฟื้นฟูคอลลาเจนในระยะยาว ทำให้ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ยั่งยืนโดยไม่ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อย ๆ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก Ellanse อย่างละเอียด ตั้งแต่กลไกการทำงาน รุ่นต่าง ๆ บริเวณที่ใช้ได้ ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำทรีตเมนต์ค่ะ

Ellanse คืออะไร? และทำงานอย่างไร

Ellanse (อ่านว่า อีลองเซ่) คือฟิลเลอร์ชนิดพิเศษที่ผลิตจากไมโครสเฟียร์ Polycaprolactone (PCL) ซึ่งกระจายตัวอยู่ในเจลพาหะ Carboxymethyl Cellulose (CMC) โดยสารทั้งหมดสามารถถูกร่างกายย่อยสลายตามธรรมชาติให้กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ โดยไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ ไว้ในร่างกาย

Prograam Ellanse คืออะไร? และทำงานอย่างไร

สิ่งที่ทำให้ Ellanse โดดเด่นคือการทำงานแบบ 2 in 1 ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 เติมเต็มปริมาตรทันที: ไมโครสเฟียร์ที่กระจายตัวสม่ำเสมอในเจล CMC ทำหน้าที่เติมเต็มบริเวณที่สูญเสียปริมาตรไป แก้ไขริ้วรอยและร่องลึกได้ทันทีหลังการรักษา
  • ขั้นตอนที่ 2 กระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติ: ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนถัดมา ไมโครสเฟียร์จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเอง และเมื่อไมโครสเฟียร์ถูกย่อยสลายไปแล้ว โครงสร้างคอลลาเจนที่เกิดขึ้นจะยังคงอยู่ ทำหน้าที่เติมเต็มและเพิ่มปริมาตรให้ผิวหนังต่อไปอย่างต่อเนื่อง

เหตุใดคอลลาเจนจึงสำคัญ ในผิวหนังวัยหนุ่มสาว คอลลาเจนทำหน้าที่เป็นโครงสร้างรองรับอีลาสตินและกรดไฮยาลูโรนิก ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น และตึงกระชับ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยมักเริ่มตั้งแต่อายุ 20 ปี ระดับคอลลาเจนและอีลาสตินจะเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอย ร่องลึก และสูญเสียโครงสร้างความอิ่มเต็ม Ellanse จึงเข้ามาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนี้โดยตรง

Ellanse แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?

ฟิลเลอร์ทั่วไปที่หลายคนรู้จัก เช่น ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) จะค่อย ๆ ถูกร่างกายดูดซึมและสลายตัวไปพร้อมกับปริมาตรที่เติมเต็ม ทำให้ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อยครั้ง แต่ Ellanse มีกลไกการสลายตัวที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

ไมโครสเฟียร์ของ Ellanse จะคงปริมาตรเดิมไว้จนกว่าโมเลกุลทุกตัวจะสลายหมด กล่าวคือผลลัพธ์จะไม่ค่อย ๆ ลดลงเหมือนฟิลเลอร์ HA แต่จะคงอยู่เต็มที่ตลอดระยะเวลาที่กำหนด ความคงอยู่ของผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับจำนวนโมเลกุลในไมโครสเฟียร์ ยิ่งมีโมเลกุลมาก ผลลัพธ์ก็ยิ่งอยู่ได้นานขึ้น

Ellanse มีกี่แบบและแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร

Program Ellanse มีกี่แบบและแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร

Ellanse มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น S, M, L และ E โดยจุดต่างสำคัญอยู่ที่ความยาวของสายโซ่โมเลกุล PCL (Polycaprolactone) ซึ่งเป็นตัวกำหนดระยะเวลาที่ร่างกายจะใช้ในการย่อยสลายสาร ยิ่งรหัสรุ่นขยับสูงขึ้น ระยะเวลาที่คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นคงอยู่ก็จะยาวนานขึ้นตามลำดับ

ตารางเปรียบเทียบรุ่นของ Ellanse

รุ่นระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่หมายเหตุ
Ellanse Sประมาณ 1 ปี (~12 เดือน)มีจำหน่ายและใช้งานแพร่หลายในไทย
Ellanse Mประมาณ 2 ปี (~24 เดือน)นิยมสูงสุดในไทย ลดความถี่การทำซ้ำ
Ellanse Lประมาณ 3 ปี (~36 เดือน)เหมาะสำหรับผู้ต้องการผลระยะยาวสูงสุด
Ellanse Eประมาณ 4 ปี (~48 เดือน)ผลลัพธ์ยาวนานที่สุดในตระกูล Ellanse

ความแตกต่างของระยะเวลาในแต่ละรุ่นนี้ไม่ได้มีผลต่อการทำงานของ CMC ที่ช่วยเติมเต็มผิวในระยะแรก สาร CMC ถูกออกแบบมาให้ให้ผลการยกกระชับตั้งแต่วันแรกที่ทำ ก่อนที่ร่างกายจะเริ่มสร้างตาข่ายคอลลาเจนตามธรรมชาติเข้ามาทดแทนในตำแหน่งเดิมในช่วงที่เนื้อเจลเริ่มทยอยสลายตัวไป

ในประเทศไทย รุ่นที่ผ่านการรับรองและมีการใช้งานแพร่หลายคือรุ่น S และ M ผู้เข้ารับบริการที่ต้องการการปรับรูปหน้าแบบยั่งยืนมักเลือกรุ่น M เพื่อลดความถี่ในการเข้าพบแพทย์เพื่อเติมสารใหม่ในช่วงรอบ 24 เดือน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวและแนะนำรุ่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ Ellanse ยังมีข้อได้เปรียบสำคัญทางคลินิก โดยผลการศึกษาพบว่าผู้รับการรักษา 100% ระบุว่าผลลัพธ์ดีขึ้น ดีขึ้นมาก หรือดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อติดตามผลที่ 24 เดือน และผู้รับการรักษาถึง 78% แสดงความต้องการที่จะกลับมารับการรักษาซ้ำเมื่อครบ 24 เดือนหลังการฉีด ซึ่งสะท้อนถึงความพึงพอใจในระดับสูงอย่างชัดเจน

Ellanse ใช้ได้กับบริเวณใดบ้าง?

Ellanse เป็นทรีตเมนต์ที่ใช้ได้กับหลายบริเวณของใบหน้าและร่างกาย เหมาะสำหรับแก้ปัญหาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มหรือการปรับรูปทรง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลสำหรับคุณ บริเวณที่รักษาได้มีดังนี้

Program Ellanse ใช้ได้กับบริเวณใดบ้าง?
  • แก้ม เติมเต็มแก้มตอบ ลดร่องแก้ม เพิ่มความอิ่มเต็มของใบหน้า
  • หน้าผาก ลดร่องและริ้วรอยบนหน้าผาก เพิ่มความเรียบเนียน
  • เส้นกราม เสริมความชัดเจนของเส้นกราม ช่วยให้หน้ารูปไข่ดูสมส่วนขึ้น
  • คาง เสริมคางให้แหลมหรืยาวขึ้น ปรับสัดส่วนใบหน้าให้สวยงาม
  • จมูก เสริมสันจมูก ปรับรูปจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • มือ ลดความผอมแห้งของหลังมือ ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ขมับและบริเวณคิ้ว เติมเต็มขมับที่ตอบ ยกกระชับหางคิ้ว
  • ใบหน้าส่วนล่าง ลดร่องปาก ริ้วรอยรอบมุมปาก และความหย่อนคล้อยของใบหน้าส่วนล่าง

ทรีตเมนต์ใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการรักษา และเห็นผลการเติมเต็มปริมาตรได้ทันทีหลังการรักษา จากนั้น Ellanse จะค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและยาวนานยิ่งขึ้น

Ellanse เหมาะกับใคร? และใครไม่ควรทำ

ใครเหมาะกับ Ellanse?

Ellanse เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้ได้ดังนี้

  • เพิ่มความอิ่มเต็มให้ผิวและลดสัญญาณแห่งวัย
  • แก้ไขริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า
  • ปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และกระชับมากขึ้น
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนาน ไม่ต้องกลับมาทำบ่อยครั้ง
  • ต้องการทรีตเมนต์ที่ไม่ต้องผ่าตัดและใช้เวลาพักฟื้นน้อย
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

ใครไม่ควรทำ Ellanse?

แม้ว่า Ellanse จะเป็นทรีตเมนต์ที่ปลอดภัยสูง แต่ก็มีข้อห้ามที่ควรทราบก่อนตัดสินใจ ได้แก่

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง (Severe Allergy)
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (Autoimmune Disease)
  • ผู้ที่มีการอักเสบของผิวหนังในบริเวณที่ต้องการฉีด
  • ผู้ที่กำลังรับการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์
  • สตรีมีครรภ์

แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำทรีตเมนต์เสมอ เพื่อรับการประเมินสภาพผิวและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ

ผลข้างเคียงและการดูแลหลังทำ Ellanse

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

Ellanse เป็นทรีตเมนต์ที่มีโปรไฟล์ความปลอดภัยสูงและผ่านการพิสูจน์ทางคลินิก อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับการรักษาทุกประเภท อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยที่พบได้ ได้แก่

  • บวมและแดงบริเวณที่ฉีด มักหายเองภายใน 1–2 วัน
  • เจ็บปวดหรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณที่ฉีด เป็นชั่วคราวและบรรเทาได้
  • มีเลือดออกเล็กน้อยหรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด หายเองภายในไม่กี่วัน
  • ชาหรือคันบริเวณที่ฉีด พบได้บ้างในช่วงแรก
  • การอักเสบเฉียบพลันของเนื้อเยื่อในระดับเล็กน้อย เช่น ผื่น หรือก้อนเนื้อเล็กน้อย

โดยทั่วไปผลข้างเคียงเหล่านี้จะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน หากอาการยังคงอยู่นานกว่านั้นหรือรุนแรงขึ้น แนะนำให้กลับไปปรึกษาแพทย์ทันที

การดูแลตัวเองหลังทำ Ellanse

เพื่อให้ผลลัพธ์ของ Ellanse คงอยู่ได้นานที่สุดและลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการรักษา ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก
  • ประคบเย็นเบา ๆ หากมีอาการบวมหรือรู้สึกร้อนบริเวณที่ฉีด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในวันแรกหลังทำทรีตเมนต์
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังการรักษา
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อช่วยการฟื้นฟูของผิว
  • หากมีอาการผิดปกติใด ๆ ให้รีบติดต่อแพทย์ผู้ทำการรักษาทันที

อ่านเพิ่มเติม : ข้อปฏิบัติ หลังฉีดฟิลเลอร์ มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

บทสรุป

Ellanse (อีลองเซ่) ไม่ใช่แค่ฟิลเลอร์ธรรมดา แต่คือนวัตกรรมที่เปลี่ยนนิยามของการดูแลผิวแบบไม่ผ่าตัด ด้วยกลไกการทำงาน 2 in 1 ที่ทั้งเติมเต็มทันทีและกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว ทำให้ Ellanse ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ยั่งยืนโดยไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับทรีตเมนต์ซ้ำ ๆ ทุก 6–12 เดือน
จุดเด่นสำคัญของ Ellanse ที่ทำให้แตกต่างจากทางเลือกอื่น ๆ ได้แก่ ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันที ความปลอดภัยสูงจากวัสดุที่ร่างกายย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ยาวนาน 18 เดือนจนถึง 3 ปี และการฟื้นฟูผิวหนังจากภายในด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนของร่างกายเอง
หากคุณสนใจ Ellanse แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการประเมินและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของคุณโดยเฉพาะ เพราะทรีตเมนต์ที่ดีที่สุดคือทรีตเมนต์ที่ตอบโจทย์คุณได้มากที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า