ฉีดคอลลาเจนสด คืออะไร อยู่ได้นานแค่ไหน

Filler Expert by RWC Clinic สรุปให้

  • ฉีดคอลลาเจนสด เป็นการนำคอลลาเจนบริสุทธิ์พร้อมใช้เข้าสู่ผิวชั้นลึกโดยตรง ทำให้ผิวได้รับการเติมเต็มทันทีโดยไม่ต้องรอให้ร่างกายผลิตขึ้นมาเอง
  • ผ่านการตัดส่วนโมเลกุลที่ชื่อ Telopeptide ออก ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ส่งผลให้ตัวยาเข้ากับผิวคนไข้ได้ดีในระดับสูง
  • ให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้เร็ว มักเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์แรก แต่เป็นผลลัพธ์ระยะสั้น-กลาง ราว 3-6 เดือน จำเป็นต้องฉีดซ้ำเพื่อคงสภาพผิว
  • ตอบโจทย์กลุ่มผิวแห้งขาดน้ำ รูขุมขนกว้าง หรือคนที่อยากได้ผิวดูดีแบบเร่งด่วน มากกว่ากลุ่มที่ต้องการปรับโครงหน้าใหม่
  • ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับตัวยาแท้และฝีมือแพทย์เป็นหลัก จึงควรเลือกสถานพยาบาลที่ตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจน

หลายคนเริ่มหันมาสนใจ ฉีดคอลลาเจนสด เพราะอยากได้ผิวที่ดูสุขภาพดีจากภายใน ไม่ใช่แค่ผิวที่เต็มขึ้นแบบฟิลเลอร์ค่ะ จุดที่ทำให้หัตถการนี้ต่างจากการฉีดเติมเต็มทั่วไปคือ มันไม่ได้มุ่งเน้นเปลี่ยนรูปหน้าหรือเพิ่มวอลลุ่มเป็นหลัก แต่เข้าไปทำงานกับ “คุณภาพผิว” โดยตรง ทำให้ผิวแน่น ชุ่มชื้น และดูอิ่มขึ้นแบบที่ยังจำหน้าตัวเองได้อยู่

บทความนี้ Filller Expert รวบรวมข้อมูลที่คนไข้ควรรู้ก่อนตัดสินใจ ตั้งแต่กลไกการทำงาน ยี่ห้อที่นิยมใช้ในไทย ไปจนถึงข้อควรระวังต่าง ๆ ค่ะ

Upload Image...

ฉีดคอลลาเจนสด (Atelocollagen) คืออะไร ?

การฉีดคอลลาเจน คือการนำ “คอลลาเจน Type I” ที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์ในระดับการแพทย์ มาฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรงค่ะ ต่างจากคอลลาเจนกินหรือคอลลาเจนทาที่ต้องผ่านการดูดซึมหลายขั้นตอนกว่าจะไปถึงชั้นผิวที่ต้องการ การฉีดจึงส่งตัวยาถึงเป้าหมายได้แม่นยำและเห็นผลไวกว่ามาก

Upload Image...

กระบวนการผลิตจะตัดส่วนที่เรียกว่า Telopeptide ออกจากโมเลกุลคอลลาเจน ซึ่งส่วนนี้เองที่มักเป็นตัวกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์ตอบสนองจนเกิดการแพ้ เมื่อตัดออกแล้วจึงเหลือแต่ตัวคอลลาเจนที่มีโครงสร้างใกล้เคียงคอลลาเจนธรรมชาติในผิวคนมากที่สุด ทำให้ร่างกาย “จำได้” และไม่ต่อต้าน

ข้อแตกต่างสำคัญจากกลุ่ม Collagen Biostimulator คือ ฉีดคอลลาเจนสดไม่ต้องรอให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองทีละน้อย แต่เป็นการ “ใส่ของจริงเข้าไปเลย” ทำให้ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบเร่งด่วนมักเลือกวิธีนี้มากกว่า

ฉีดคอลลาเจนสด ช่วยอะไรได้บ้าง ?

จากกลไกที่คอลลาเจนเข้าไปแทนที่โดยตรง ทำให้เกิดประโยชน์กับผิวหลายด้านพร้อมกัน

  • คืนความชุ่มชื้นจากชั้นในสู่ชั้นนอก ผิวที่เคยแห้งกร้านจะดูมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • เสริมความหนาแน่นให้ชั้นผิว ผิวที่บางลงตามวัยจะกลับมามีมวลและความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ปรับพื้นผิวให้เรียบเนียน รูขุมขนที่เคยกว้างจะดูตื้นและเล็กลง เพราะผิวรอบ ๆ เต่งตึงขึ้น
  • เบลอริ้วรอยตื้น ๆ โดยเฉพาะรอยยับจาง ๆ รอบดวงตาและมุมปาก
  • เร่งกระบวนการซ่อมแซมผิว ช่วยให้แผลเป็นตื้น ๆ หรือหลุมสิวขนาดเล็กดูจางลง
  • ลดความไวต่อการระคายเคือง เสริมเกราะป้องกันให้ผิวที่บอบบางแข็งแรงขึ้นจากภายใน

ฉีดคอลลาเจนสด เหมาะกับใคร ?

ลองเช็กตัวเองดูค่ะว่าตรงกับลักษณะเหล่านี้หรือไม่

Upload Image...
  • ผิวแห้งเป็นขุยเรื้อรัง ลงเมกอัพแล้วไม่เนียน
  • ต้องเตรียมผิวให้ดูดีแบบด่วน ๆ เช่น ก่อนงานแต่ง งานถ่ายพรีเวดดิ้ง หรือทริปสำคัญ
  • เริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยเล็ก ๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นร่องลึก
  • อยากได้ผิวดีขึ้นแบบไม่มีใครทัก ไม่ต้องการให้หน้าเปลี่ยนไปจากเดิม
  • ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองบ่อย ต้องการเสริมความแข็งแรงให้เกราะผิว
  • ยังไม่พร้อมลองฟิลเลอร์หรือหัตถการเข็มอื่น ๆ อยากเริ่มจากอะไรที่เบากว่าก่อน

ฉีดคอลลาเจนสด ตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

คลินิกสามารถออกแบบการฉีดได้ทั้งแบบกระจายทั่วหน้าหรือเจาะจงเฉพาะจุดตามปัญหาที่กังวล

  • ทั่วใบหน้า เพื่อยกระดับคุณภาพผิวโดยรวมให้ดูฉ่ำวาว รูขุมขนกระชับขึ้นทั้งหน้า
  • บริเวณใต้ตา แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ร่องน้ำตา และริ้วรอยรอบดวงตาที่มักเกิดก่อนจุดอื่น
  • หน้าผาก ลดเลือนรอยยับที่เกิดจากผิวขาดน้ำและการขยับกล้ามเนื้อบ่อย
  • ร่องแก้มและรอบริมฝีปาก ทำให้ร่องตื้น ๆ ดูอิ่มขึ้น ลดเส้นบุหรี่รอบปาก
  • ลำคอ แก้ปัญหาคอเหี่ยว มีเส้นคอ ทำให้ผิวคอเรียบเนียนขึ้น
  • จุดที่เป็นหลุมสิวหรือแผลเป็น ฉีดเฉพาะจุดเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อบริเวณนั้น
Upload Image...

ฉีดคอลลาเจนสด มียี่ห้อไหนบ้าง ต่างกันอย่างไร ?

ในตลาดไทยมีผลิตภัณฑ์คอลลาเจนสดหลายยี่ห้อ แต่ที่ได้รับความนิยมและมีข้อมูลรองรับชัดเจน มีดังนี้

TheraFill (เทราฟิล)

Upload Image...

ผลิตภัณฑ์จากบริษัท CELLONTECH ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอลลาเจนทางการแพทย์มาอย่างยาวนาน ผ่านการรับรองครบทั้ง อย. ไทย, KFDA เกาหลี, CE ยุโรป และ US FDA จุดที่ทำให้ TheraFill โดดเด่นคือการรักษาโครงสร้างเกลียว Triple Helix ของโมเลกุลคอลลาเจนไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ตัวยาทำหน้าที่เหมือนโครงร่างยึดเกาะให้เซลล์ผิวทำงานได้ทันทีหลังฉีด

อีกจุดที่คนไข้มักถามถึงคือเรื่องความเจ็บ ซึ่ง TheraFill มีการผสม Lidocaine ไว้ในตัวเจลอยู่แล้ว ทำให้ระหว่างฉีดรู้สึกเจ็บน้อยกว่าที่คิด เหมาะกับคนที่อยากได้ผิวแบบ Glass Skin ฉ่ำวาวเป็นพิเศษ

อ่านเพิ่มเติม : TheraFill (เธราฟิลล์) คืออะไร เติมคอลลาเจนสดฟื้นฟูผิวเป็นธรรมชาติ

Karisma RH Collagen (คาริสมา)

มาจากอิตาลี พัฒนาโดยบริษัท Taumed ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Hybrid Biostimulator เพราะไม่ได้มีแค่ Recombinant Human Collagen อย่างเดียว แต่ผสม Hyaluronic Acid และ Carboxymethylcellulose เข้าไปด้วย ทำให้มันทำงานสองต่อ คือเติมคอลลาเจนทันที พร้อมกับกระตุ้นให้ผิวค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนของตัวเองตามมาในภายหลัง

จุดเด่นที่ชัดเจนของ Karisma คือการเพิ่ม Skin Density หรือความหนาแน่นของผิว เหมาะกับคนผิวเริ่มบางลงตามวัย มีแรงยกกระชับเบา ๆ ติดมาด้วย ผ่านการรับรองจาก อย. ไทยและ CE Mark ยุโรป

อ่านเพิ่มเติม : โปรแกรม Karisma Rh Collagen คืออะไร ต่างฟิลเลอร์ตัวอื่นไหม

ฉีดคอลลาเจนสด อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?

ด้วยกระบวนการตัด Telopeptide ออก ทำให้ตัวยามีความเสี่ยงต่อการแพ้ต่ำกว่าคอลลาเจนรูปแบบเดิมมากค่ะ อาการที่อาจพบได้หลังทำมักเป็นเรื่องเล็กน้อยและหายเองได้ ได้แก่

  • ตุ่มนูนเล็ก ๆ คล้ายรอยยุงกัดตรงจุดที่เข็มแทง
  • อาการบวมระดับเบา ซึ่งมักยุบภายใน 1-3 ชั่วโมง
  • รอยช้ำเล็กน้อยในบางจุด หายได้เองภายใน 1-3 วัน

สิ่งที่ต้องระวังจริง ๆ ไม่ใช่ตัวคอลลาเจนเอง แต่คือการฉีดถี่เกินความจำเป็นหรือใช้ปริมาณมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดผิวนูนผิดธรรมชาติได้ ดังนั้นควรฉีดตามที่แพทย์ประเมินเท่านั้น ไม่ควรเร่งฉีดเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน

ฉีดคอลลาเจนสด 1 ครั้ง อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังฉีด จะเป็นช่วงที่เห็นผลชัดที่สุด ผิวจะดูชุ่มชื้นและอิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยสลายคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปตามธรรมชาติ โดยรวมแล้วผลลัพธ์มักอยู่ได้ราว 3-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้ อายุ สภาพผิวเดิม รวมถึงพฤติกรรมการดูแลตัวเองหลังทำด้วยค่ะ

เรื่องความถี่ในการฉีด แพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคล แต่โดยทั่วไปในช่วงแรกมักแนะนำให้ฉีดห่างกันครั้งละ 2-4 สัปดาห์ ต่อเนื่องประมาณ 3 ครั้ง เพื่อให้ระดับคอลลาเจนในผิวสะสมมากพอจนเห็นผลชัดเจน จากนั้นค่อยเว้นระยะเป็นทุก 2-4 เดือนเพื่อคงสภาพผิวไว้ในระยะยาว

เปรียบเทียบฉีดคอลลาเจนสด vs ฟิลเลอร์ vs Collagen Biostimulator

หัวข้อฉีดคอลลาเจนสดฟิลเลอร์Collagen Biostimulator
สารหลักAtelocollagen (Collagen Type I)Hyaluronic Acid (HA)PLLA / HA+CaHA
ช่วยเรื่องอะไรคุณภาพผิว ช่วยความชุ่มชื้นปริมาตร ปรับโครงหน้ากระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง
ความเร็วผลลัพธ์เริ่มเห็น 1-2 สัปดาห์เห็นทันทีหลังฉีดค่อย ๆ ชัดใน 2-3 เดือน
อายุผลลัพธ์3-6 เดือน6-18 เดือน12-18 เดือน
กลุ่มที่เหมาะผิวแห้ง ริ้วรอยเริ่มต้นร่องลึก ผิวทรุด อยากปรับรูปหน้าต้องการผลระยะยาว รอผลได้

จะเห็นว่าทั้งสามกลุ่มนี้ไม่ได้แข่งกันโดยตรง แต่ตอบโจทย์คนละจุดประสงค์ค่ะ คนไข้บางรายจึงเลือกทำร่วมกันได้ตามที่แพทย์วางแผน เช่น ใช้ฟิลเลอร์จัดโครงหน้า แล้วเสริมด้วยคอลลาเจนสดเพื่อคุณภาพผิวที่ดีขึ้นไปพร้อมกัน

ฉีดคอลลาเจนสด ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาจะแปรผันตามยี่ห้อ ปริมาณ CC ที่ใช้ ความชำนาญของแพทย์ผู้ทำ และโปรโมชันที่แต่ละคลินิกจัดในช่วงนั้น ๆ ค่ะ แนะนำให้สอบถามราคาปัจจุบันโดยตรงกับทาง RWC Clinic เพื่อให้ได้ข้อมูลที่อัปเดตและเหมาะกับความต้องการของคนไข้แต่ละบุคคลมากที่สุด

ทำไมต้องเลือกฉีดคอลลาเจนสดที่ RWC Clinic

Upload Image...
  • นำทีมโดยหมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์) ผู้เป็น KOL ของทั้ง TheraFill และ Karisma RH Collagen โดยตรง ทำให้เข้าใจคุณสมบัติของแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง
  • การันตีของแท้ทุกหลอด ตรวจสอบล็อตการผลิตได้ ไม่มีความเสี่ยงเรื่องของปลอมหรือของหิ้ว
  • ออกแบบแผนการฉีดเฉพาะบุคคล ประเมินสภาพผิวก่อนเลือกยี่ห้อและปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละคน ไม่ใช้สูตรเดียวกันทุกคน
  • ทำเลเดินทางสะดวก ตั้งอยู่ที่ Summer Point สุขุมวิท ซอย 69 ใกล้ BTS พระโขนง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ฉีดคอลลาเจนสดเจ็บมากไหม ?

ขึ้นอยู่กับยี่ห้อค่ะ อย่าง TheraFill มีส่วนผสมยาชาในตัวเจลอยู่แล้ว จึงเจ็บน้อยกว่าที่คิดและไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ

ต่างจากฟิลเลอร์ตรงไหน ?

คอลลาเจนสดเน้นแก้ปัญหาที่ “คุณภาพผิว” เช่น ความชุ่มชื้นและความแน่นของผิว ส่วนฟิลเลอร์เน้นเพิ่ม “ปริมาตร” เพื่อปรับรูปทรงใบหน้า จุดประสงค์จึงต่างกันตั้งแต่ต้น

ควรฉีดบ่อยแค่ไหน ?

ช่วงเริ่มต้นควรฉีดทุก 2-4 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 3 ครั้ง จากนั้นเว้นระยะเป็นทุก 2-4 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์ ไม่ควรฉีดถี่เกินคำแนะนำของแพทย์

ต่างจาก Sculptra หรือ HArmonyCa อย่างไร ?

คอลลาเจนสดคือการใส่คอลลาเจนสำเร็จรูปเข้าไปเลย เห็นผลไวแต่อยู่สั้นกว่า ในขณะที่ Sculptra และ HArmonyCa อาศัยการกระตุ้นให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนเอง ผลจึงมาช้ากว่าแต่อยู่ได้นานกว่า

บทสรุปคอลลาเจนสด

ฉีดคอลลาเจนสด คือคำตอบสำหรับคนที่อยากได้ผิวดูดีจากภายใน ไม่ใช่แค่หน้าเต็มขึ้นแบบฉาบฉวย เหมาะกับคนผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือเพิ่งเริ่มมีริ้วรอยจาง ๆ มากกว่าคนที่ต้องการปรับโครงหน้าใหม่ทั้งหมด

หากยังไม่แน่ใจว่าสภาพผิวของตัวเองเหมาะกับยี่ห้อไหน หรือควรทำร่วมกับหัตถการอื่นหรือไม่ ทีมแพทย์ RWC Clinic นำโดยหมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์) ยินดีให้คำปรึกษาและประเมินผิวก่อนตัดสินใจทำทุกครั้งค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า