Filler Expert by RWC Clinic สรุปให้
- Sculptra คือสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดโพลีแอล-แลคติก แอซิด (PLLA) ที่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1999
- ในไทยหลายคนเรียกทับศัพท์ว่า “สครับต้า” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกันกับ Sculptra ที่ผลิตโดยบริษัท Galderma
- ออกฤทธิ์กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นเองจากภายใน ไม่ใช่การเติมสารเข้าไปเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป
- เริ่มเห็นผลหลังฉีดประมาณ 2-3 สัปดาห์ และเห็นผลเต็มที่ในเดือนที่ 3
- ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนานสูงสุดถึง 24 เดือน หรือประมาณ 2 ปี
- ควรฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Sculptra เป็นหนึ่งในทางเลือกด้านการฟื้นฟูผิวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในกลุ่มคนที่เริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยชัดเจน ผิวหย่อนคล้อย หรือใบหน้าดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง เพราะเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป การทำความเข้าใจกลไกการทำงานของ Sculptra อย่างถูกต้อง จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกวิธีดูแลผิวที่ตอบโจทย์ปัญหาของตัวเองได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
- Sculptra คืออะไร มาจากไหน
- Sculptra มีหลักการทำงานอย่างไร
- Sculptra เหมาะกับใคร ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
- ขั้นตอนการฉีด Sculptra และความถี่ในการทำ
- การดูแลตัวเองหลังฉีด Sculptra
- Sculptra ต่างจากฟิลเลอร์และหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนอื่นอย่างไร
- ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีด Sculptra
- วิธีเช็ก Sculptra ของแท้ก่อนเข้ารับการฉีด
- บทสรุป Sculptra
Sculptra หรือที่คนไทยมักเรียกทับศัพท์ว่า สครับต้า คือชื่อทางการค้าของสาร Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่มีความเข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์ และสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ Sculptra ถือเป็น Collagen Biostimulator หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ตั้งแต่ปี 1999 และมีงานวิจัยรองรับมากกว่า 50 ฉบับทั่วโลก ผลิตและพัฒนาโดยบริษัท Galderma ซึ่งเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เวชสำอางระดับสากล
จุดเด่นของ Sculptra คือไม่ได้ทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตรผิวโดยตรงเหมือนฟิลเลอร์ แต่เข้าไปกระตุ้นให้ผิวชั้นลึกสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นมาเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้นจากภายใน ริ้วรอยลึกดูตื้นขึ้น ผิวหน้าดูกระชับและอิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งร่องรอยความผิดธรรมชาติแบบที่บางครั้งพบได้จากการฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมาก ๆ ในจุดเดียว
Sculptra มีหลักการทำงานอย่างไร
หลังฉีด Sculptra เข้าสู่ชั้นผิวหนัง (โดยทั่วไปฉีดลึกประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร ในชั้น Subcutaneous) ในช่วง 2-3 วันแรกผิวบริเวณที่ฉีดจะดูอิ่มฟูขึ้นทันที ซึ่งเป็นผลจากน้ำที่ใช้ผสมตัวยา ก่อนที่น้ำส่วนนี้จะค่อย ๆ ถูกร่างกายดูดซึมไป เหลือเพียงอนุภาคผลึกของ PLLA ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า Macrophage ให้เข้ามาทำงานร่วมกับเซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ตั้งต้นในการสร้างเส้นใยคอลลาเจน
จากกระบวนการนี้ ร่างกายจะเริ่มสร้างคอลลาเจน Type-1 ขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีงานวิจัยพบว่า Sculptra สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 66.5% หลังการฉีดเพียงคอร์สเดียว ผลลัพธ์จึงไม่ได้เกิดขึ้นทันทีเหมือนฟิลเลอร์ แต่จะค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ และเห็นผลเต็มที่เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 3 หลังฉีด เมื่อเวลาผ่านไป ตัว PLLA จะสลายตัวไปตามธรรมชาติ เหลือไว้เพียงเส้นใยคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นเองซึ่งช่วยคงโครงสร้างผิวให้แข็งแรงในระยะยาว
Sculptra เหมาะกับใคร ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
Sculptra เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมมากกว่าการเติมเต็มเฉพาะจุด โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ร่างกายเริ่มสูญเสียคอลลาเจนตามธรรมชาติในอัตราที่เร็วขึ้น กลุ่มที่เหมาะสมได้แก่
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ขาดความยืดหยุ่น
- ผู้ที่มีริ้วรอยลึกที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ขมับ และแนวกรอบหน้า
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ไม่ใช่แค่การเติมเต็มปริมาตรชั่วคราว
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นาน ไม่อยากเข้ารับการฉีดซ้ำบ่อย ๆ
- ผู้ที่ต้องการเสริมประสิทธิภาพร่วมกับหัตถการยกกระชับอื่น เช่น Thermage หรือ Ulthera
ในแง่ของผลลัพธ์ Sculptra ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ริ้วรอยร่องลึกดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ เพิ่มความกระชับและความยืดหยุ่นให้กับผิว รวมถึงช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มฟูและกระจ่างใสขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือศัลยกรรมใด ๆ
ขั้นตอนการฉีด Sculptra และความถี่ในการทำ
ก่อนเข้ารับการฉีด แพทย์จะทำการประเมินสภาพผิวและปัญหาที่กังวลของแต่ละบุคคล เพื่อวางแผนจำนวนขวดและตำแหน่งที่เหมาะสม โดยหลักการคำนวณจำนวนขวดเบื้องต้นที่นิยมใช้คือการนำอายุหารด้วย 10 เช่น หากอายุ 40 ปี จะแนะนำใช้ Sculptra ประมาณ 4 ขวด
ขั้นตอนการฉีดโดยทั่วไปมีดังนี้
- ปรึกษาและประเมินสภาพผิวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ทายาชาเฉพาะที่บริเวณที่จะฉีด ประมาณ 30-45 นาที
- แพทย์เตรียม Sculptra โดยผสมผงยากับน้ำกลั่นปราศจากเชื้อให้อยู่ในรูปพร้อมใช้
- ฉีด Sculptra เข้าใต้ชั้นผิวด้วยเข็มทู่ขนาด 22-25G
- นวดบริเวณที่ฉีดทันทีหลังทำ เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวสม่ำเสมอ
โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4-8 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้ร่างกายมีเวลาสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเต็มที่ก่อนฉีดครั้งถัดไป จำนวนครั้งที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาผิว อายุ และเป้าหมายของแต่ละบุคคล และเมื่อฉีดครบคอร์สแล้ว ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 ปีก่อนพิจารณาฉีดซ้ำ
การดูแลตัวเองหลังฉีด Sculptra
การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังฉีด Sculptra มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้ตัวยากระจายตัวสม่ำเสมอทั่วบริเวณที่ฉีด ลดโอกาสจับตัวเป็นก้อนใต้ผิว หลักการดูแลที่แพทย์แนะนำมีดังนี้ค่ะ
หลักการนวดแบบ Triple 5
- นวดวันละ 5 ครั้ง
- ครั้งละ 5 นาที
- ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วันหลังฉีด
ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติม
- หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าและการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- งดซาวน่า อบไอน้ำ และการทาครีมบริเวณรอยเข็มในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและแสงยูวีจนกว่าอาการบวมแดงจะหายเป็นปกติ
- หากต้องการทำหัตถการอื่นบริเวณใบหน้า ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
ในช่วง 1-2 วันแรกหลังฉีด อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือปวดเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติที่หายได้เอง บางรายอาจคลำพบก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง ซึ่งการนวดตามหลัก Triple 5 อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ก้อนดังกล่าวค่อย ๆ หายไปได้ค่ะ
อ่านเพิ่มเติม : หลังฉีดฟิลเลอร์ ข้อปฏิบัติดูแลตัวเอง ลดผลข้างเคียง
Sculptra ต่างจากฟิลเลอร์และหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนอื่นอย่างไร
หลายคนมักสับสนระหว่าง Sculptra กับฟิลเลอร์และหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนตัวอื่น ๆ ทั้งที่จริงแล้วแต่ละตัวมีกลไกและจุดเด่นที่แตกต่างกัน
หัตถการ กลไกหลัก เห็นผลทันทีหรือไม่ ระยะเวลาคงผล
Sculptra (PLLA) กระตุ้นร่างกายสร้างคอลลาเจนเองจากภายใน ไม่ทันที ต้องรอ 2-3 สัปดาห์ ประมาณ 24 เดือน
ฟิลเลอร์ HA เติมเต็มปริมาตรเฉพาะจุดด้วยกรดไฮยาลูโรนิก เห็นผลทันที 6-18 เดือน
HArmonyCa (HA+CaHA) เติมเต็มทันทีพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว เห็นผลทันที 1-3 ปี
Rejuran (PN) ซ่อมแซมผิวและกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นอยู่กับความถี่ที่ทำ
จุดที่ทำให้ Sculptra แตกต่างชัดเจนที่สุดคือ ฟิลเลอร์เน้นเติมเต็มโครงสร้างที่ขาดหายไปในทันที ในขณะที่ Sculptra เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายในให้แข็งแรงขึ้นเอง ผลลัพธ์จึงดูเป็นธรรมชาติมากกว่าและอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาการดูแลผิวระยะยาวมากกว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดแบบเร่งด่วน
อ่านเพิ่มเติม : Ellanse (อีลองเซ่) คืออะไร? ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนจบทุกปัญหาผิว
แม้ Sculptra จะได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก US FDA และมีการใช้งานมานานกว่า 20 ปี แต่การฉีดยังต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้ทำหัตถการเป็นสำคัญ เนื่องจากหากฉีดเข้าเส้นเลือดโดยไม่มีประสบการณ์เพียงพอ อาจทำให้เกิดหลอดเลือดอุดตันหรือกล้ามเนื้อขาดเลือดได้ ดังนั้นจึงควรเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางเท่านั้น
กลุ่มที่ไม่ควรฉีด Sculptra
- ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ เช่น PLLA, Carboxymethylcellulose (CMC) หรือ Mannitol
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติเกิดคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนผิดปกติ
- ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
- ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณผิวหนังที่จะฉีด
- ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (เช่น SLE) หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกันอยู่
- ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้รุนแรงชนิด Anaphylaxis
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้
ในช่วง 1-2 วันแรกหลังฉีด อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือปวดเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายและมักหายไปเองภายในไม่กี่วัน บางรายอาจคลำพบก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการนวดตามหลัก Triple 5 อย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติรุนแรงหรืออาการไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาที่ควรจะเป็น ควรรีบกลับไปพบแพทย์ผู้ทำหัตถการทันทีค่ะ
เนื่องจาก Sculptra เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและได้รับความนิยมมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะพบผลิตภัณฑ์ปลอมหรือไม่ได้มาตรฐานในท้องตลาด ก่อนเข้ารับการฉีด ควรตรวจสอบความแท้ของตัวยาด้วยตัวเองตามจุดสังเกตต่อไปนี้
- กล่องบรรจุภัณฑ์ต้องมีสติกเกอร์โมโนแกรมที่ไม่มีร่องรอยการแกะหรือเปิดใช้งานมาก่อน
- มีลายนูนรูปตัว S บนหน้ากล่องผลิตภัณฑ์
- มีเอกสารกำกับภาษาไทยและเลขทะเบียน อย. ติดอยู่ข้างกล่องอย่างชัดเจน
- สามารถสแกน QR Code บนกล่องผ่านแอปพลิเคชัน eZTracker เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาได้
- ตัวยา Sculptra ก่อนผสมต้องอยู่ในรูปแบบผง (Powder) เท่านั้น ไม่ใช่ของเหลว และควรให้แพทย์ผสมตัวยาต่อหน้าคนไข้เพื่อความมั่นใจว่าไม่มีการสลับผลิตภัณฑ์
การเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าอย่างถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน จึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกแพทย์ผู้ฉีด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่ากับที่ตั้งใจดูแลผิวของตัวเองค่ะ
บทสรุป Sculptra
Sculptra หรือ สครับต้า คือสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิด PLLA ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก US FDA และมีการใช้งานมานานกว่า 20 ปี จุดเด่นสำคัญคือช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ริ้วรอยลึกดูตื้นขึ้น ผิวหน้าดูกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี ซึ่งถือว่ายาวนานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม การฉีด Sculptra ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการประเมินและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล หากสนใจฉีด Sculptra หรือต้องการปรึกษาปัญหาผิวเพิ่มเติม สามารถนัดหมายเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ได้ที่ RWC Clinic ค่ะ
