Filler Expert by RWC Clinic สรุปให้
- Vitaran คือนวัตกรรมฟื้นฟูผิวด้วยสารสกัด Polynucleotide (PN/PDRN) บริสุทธิ์จาก DNA ปลาแซลมอนหรือปลาเทราท์ ที่เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในระดับเซลล์
- ช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายมิติ ทั้งรอยดำรอยแดงจากสิว ผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง หลุมสิวตื้น และริ้วรอยเล็ก ๆ
- เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งขาดน้ำ ผิวแพ้ง่าย หรือผิวที่เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์มาและต้องการฟื้นฟูให้แข็งแรงเร็วขึ้น
- ผลลัพธ์เริ่มเห็นภายใน 3-7 วัน ชัดเจนที่สุดในช่วง 2-4 สัปดาห์ และควรทำต่อเนื่อง 3-4 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน
- ไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้อาหารทะเล สตรีมีครรภ์ ผู้ที่ผิวอักเสบติดเชื้อ หรือมีภาวะเลือดแข็งตัวช้า
ปัญหาผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง หรือรอยดำรอยแดงจากสิวที่ไม่ยอมจางหายไปง่าย ๆ เป็นเรื่องที่กวนใจใครหลายคน โดยเฉพาะเมื่อใช้สกินแคร์มาแล้วหลายตัวแต่ผิวยังคงดูโทรมและไม่อิ่มน้ำเท่าที่ควร Vitaran จึงกลายเป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเข้าไปฟื้นฟูผิวตั้งแต่ระดับเซลล์ ไม่ใช่แค่การบำรุงผิวชั้นนอกเท่านั้นค่ะ
บทความนี้ RWC Clinic จะพาไปทำความรู้จัก Vitaran หรือที่หลายคนเรียกเป็นภาษาไทยว่า “วิตารัน” อย่างละเอียด ตั้งแต่กลไกการทำงาน ปัญหาที่ช่วยแก้ไขได้ กลุ่มที่เหมาะและไม่เหมาะกับการทำ ไปจนถึงขั้นตอนการเตรียมตัวและดูแลผิวหลังทำ เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนประกอบการตัดสินใจดูแลผิวค่ะ
ที่ RWC Clinic นำทีมโดย หมอขนม ดร.พญ.ภัทรชนน อัศวรฤทธิ์ ซึ่งเป็น KOL (Key Opinion Leader) ของผลิตภัณฑ์ Vitaran โดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าการฉีด Vitaran ที่คลินิกจะได้รับการดูแลจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจตัวผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง ทั้งในเรื่องเทคนิคการฉีด การออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละบุคคล และการดูแลผลลัพธ์ให้ออกมาดีที่สุดค่ะ
Vitaran หรือ วิตารัน คือนวัตกรรมฟื้นฟูผิวในกลุ่ม Skin Booster ชนิดฉีด ที่ใช้สารสกัด Polynucleotide (PN) หรือ PDRN บริสุทธิ์จาก DNA ปลาแซลมอนหรือปลาเทราท์ ซึ่งมีโครงสร้างใกล้เคียงกับ DNA ของมนุษย์ ทำให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ในกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพค่ะ
หัวใจสำคัญของ Vitaran คือการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งทำหน้าที่หลักในการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน เมื่อสาร PN ถูกฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ จะเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์ที่เสื่อมสภาพกลับมาทำงานได้ตามปกติ พร้อมทั้งช่วยซ่อมแซมรหัสพันธุกรรมที่ถูกทำลายจากรังสี UV และเพิ่มการผลิตกรดไฮยาลูโรนิกตามธรรมชาติในชั้นผิว ทำให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และยืดหยุ่นมากขึ้นจากภายใน
โดยทั่วไปแล้ว Vitaran มักถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Rejuran เนื่องจากเป็น Skin Booster กลุ่ม Polynucleotide เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องขนาดโมเลกุลและจุดเด่นของผลลัพธ์ ดังตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้
จุดเปรียบเทียบ Vitaran (วิตารัน) Rejuran
สารสำคัญ PDRN โมเลกุลขนาดเล็ก PN ความหนาแน่นสูง
เนื้อสัมผัส หนืดน้อย กระจายตัวเร็ว หนืดมากกว่า
จุดเด่นผลลัพธ์ ลดอักเสบ ลดรอยแดง ผิวฉ่ำวาว กระชับรูขุมขน ปรับผิวให้หนาตัว
ความรู้สึกขณะฉีด ระคายเคืองน้อยกว่า อาจรู้สึกตึงหรือเจ็บมากกว่าเล็กน้อย
จะเห็นได้ว่า Vitaran มีความโดดเด่นในเรื่องของการกระจายตัวที่รวดเร็วและการลดการอักเสบ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาสดใสในเวลาอันสั้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวอ่อนแอหรือเพิ่งผ่านการทำเลเซอร์มาค่ะ
อ่านเพิ่มเติม : Ellanse (อีลองเซ่) คืออะไร? ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนจบทุกปัญหาผิว
สาร Polynucleotide ใน Vitaran ออกฤทธิ์ครอบคลุมปัญหาผิวได้หลายด้าน เพราะทำงานตั้งแต่ระดับโครงสร้างเซลล์ ไม่ใช่แค่การเติมเต็มผิวชั้นนอก โดยปัญหาหลัก ๆ ที่ Vitaran ช่วยแก้ไขได้มีดังนี้
- ลดรอยดำรอยแดงจากสิว สาร PN เข้าไปช่วยลดระดับไซโตไคน์ที่กระตุ้นการอักเสบ ทำให้รอยดำรอยแดงจากสิวจางลงเร็วขึ้น พร้อมปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
- ฟื้นฟูผิวหมองคล้ำให้กลับมากระจ่างใส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวที่ดูเหนื่อยล้าหรือขาดน้ำกลับมาดูสุขภาพดีจากภายใน
- กระชับรูขุมขนให้ดูละเอียดขึ้น ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว ทำให้รูขุมขนที่เคยกว้างดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น
- ฟื้นฟูหลุมสิวตื้น ๆ ให้ดูตื้นลง กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมโครงสร้างผิวบริเวณที่มีแผลเป็นจากสิว ทำให้พื้นผิวหน้าเรียบเนียนกว่าเดิม
- ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และรอยคล้ำใต้ตา เสริมความยืดหยุ่นให้ผิวบริเวณบอบบาง เช่น รอบดวงตา ทำให้ดูสดชื่นขึ้น
นอกจากนี้ Vitaran ยังเหมาะที่จะทำควบคู่กับหัตถการอื่น เช่น Pico Laser เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดรอยสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หรือทำร่วมกับฟิลเลอร์และโบท็อกซ์เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นดูเนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ
กลุ่มที่เหมาะกับการทำ Vitaran
- ผู้ที่มีรอยดำรอยแดงจากสิว หรือผิวอักเสบง่าย
- ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ และต้องการผิวอิ่มฟูแบบ Glass Skin
- ผู้ที่มีรูขุมขนกว้างและต้องการให้ผิวดูละเอียดเรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่มีรอยคล้ำใต้ตาจากการพักผ่อนน้อยหรือความเครียดสะสม
- ผู้ที่มีหลุมสิวตื้น ๆ และต้องการให้เนื้อเยื่อสมานตัวไวขึ้น
- ผู้ที่เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์อื่น ๆ และต้องการตัวช่วยฟื้นฟูผิว
- ผู้ที่ต้องการผิวสุขภาพดีโดยไม่ต้องผ่าตัด และต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
กลุ่มที่ไม่เหมาะกับการทำ Vitaran
- ผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารทะเลหรือปลาแซลมอนอย่างรุนแรง เนื่องจากสารสกัดมาจาก DNA ของปลา
- สตรีมีครรภ์และผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีผิวอักเสบ มีหนอง หรือมีแผลเปิดบริเวณที่ต้องการฉีด
- ผู้ที่มีภาวะเลือดแข็งตัวช้า หรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือด
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำ
หากอยู่ในกลุ่มที่ไม่เหมาะสม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ
ขั้นตอนการทำหัตถการ
- ปรึกษาและวิเคราะห์สภาพผิว แพทย์ประเมินปัญหาผิวอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
- ทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมก่อนเริ่มหัตถการและลดโอกาสการระคายเคือง
- เตรียมผิวด้วยยาชา ทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายผิวระหว่างทำ
- ฉีด Vitaran เข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ ในบริเวณที่ต้องการฟื้นฟู เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมผิวและเสริมสร้างคอลลาเจน
- สังเกตอาการหลังทำ ตรวจเช็กสภาพผิวและปลอบประโลมเบื้องต้น เพื่อลดอาการบวมแดงที่อาจเกิดขึ้น
การเตรียมตัวก่อนฉีด Vitaran
- แจ้งประวัติสุขภาพและอาการแพ้ โดยเฉพาะการแพ้อาหารทะเลหรือปลาแซลมอน
- งดยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา หรือแปะก๊วย ประมาณ 1 สัปดาห์
- งดสกินแคร์ที่มีกรดผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือเรตินอล อย่างน้อย 3-5 วันก่อนทำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อน เช่น ซาวน่าหรือออกกำลังกายหนัก
การดูแลผิวหลังฉีด Vitaran
- งดสัมผัสหรือล้างหน้าบริเวณที่ทำอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดจัดประมาณ 1 สัปดาห์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและสนับสนุนการฟื้นฟูเซลล์ผิว
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างน้อย 3-5 วัน
- บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
หลังทำ Vitaran อาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ รอยแดง หรือรอยเข็มเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายและมักยุบลงเองภายใน 1-2 วัน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติค่ะ
ช่วงเวลาการรับบริการ ความถี่และจำนวนครั้งที่แนะนำ
ระยะเริ่มต้น (Loading Phase) ทำซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 3-4 ครั้ง
ระยะคงสภาพ (Maintenance) ทำซ้ำทุก 6 เดือน เพื่อรักษาคุณภาพผิว
เมื่อทำครบคอร์สตามคำแนะนำ ผลลัพธ์ของ Vitaran มักจะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลค่ะ การเว้นระยะให้เซลล์ผิวได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผิวปรับตัวและแข็งแรงขึ้นในระยะยาว
ระหว่างทำจะมีการทายาชาก่อน 30-45 นาที จึงรู้สึกเจ็บน้อยมาก ส่วนรอยเข็มหรืออาการบวมเล็กน้อยหลังทำจะยุบลงเองภายใน 1-2 วัน
โดยทั่วไปจะเริ่มรู้สึกถึงความชุ่มชื้นภายใน 3-7 วัน และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในช่วง 2-4 สัปดาห์
แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3-4 ครั้งในช่วงแรก ห่างกันครั้งละ 2-4 สัปดาห์ จากนั้นทำซ้ำทุก 6 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์
สามารถทำได้ค่ะ เนื่องจาก Vitaran เป็นสารสกัดที่เข้ากันได้ดีกับร่างกาย ช่วยเสริมความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) และลดโอกาสการระคายเคืองในระยะยาว
หากทำครบคอร์สตามคำแนะนำ ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
บทสรุป Vitaran
Vitaran หรือ วิตารัน คือนวัตกรรมฟื้นฟูผิวด้วยสารสกัด Polynucleotide (PN/PDRN) จาก DNA ปลาแซลมอน ที่เข้าไปซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาแข็งแรง พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายมิติ ทั้งรอยดำรอยแดงจากสิว ผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง และหลุมสิวตื้น โดยเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่สัปดาห์แรกและชัดเจนที่สุดในช่วง 2-4 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม Vitaran ไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้อาหารทะเล สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีผิวอักเสบติดเชื้อ จึงควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และเลือกใช้บริการจากคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ
สำหรับใครที่กำลังมองหาคลินิกที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Vitaran โดยเฉพาะ RWC Clinic นำทีมโดย หมอขนม ดร.พญ.ภัทรชนน อัศวรฤทธิ์ ในฐานะ KOL ของผลิตภัณฑ์ Vitaran โดยตรง จึงมั่นใจได้ในเรื่องความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตัวผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้งค่ะ
