การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหนึ่งในวิธีปรับทรงปากที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นปากกระจับ ปากเกาหลี หรือปากอมยิ้ม แต่ปัญหาที่หลายคนต้องเจอหลังฉีดคือ ฟิลเลอร์ปากเป็นก้อน ทำให้ริมฝีปากดูไม่เรียบเนียน ไม่เป็นธรรมชาติ และสร้างความกังวลใจมากกว่าความมั่นใจ
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกเคส และมักเกิดจากปัจจัยหลายอย่างตั้งแต่เทคนิคการฉีด ชนิดของเนื้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ไปจนถึงคุณภาพของฟิลเลอร์เอง บทความนี้หมอรวบรวมข้อมูลสำคัญทั้งหมดที่ควรรู้ไว้ในที่เดียว ทั้งสาเหตุ อาการ วิธีแก้ไข และการป้องกันที่ถูกต้อง
สารบัญ
ฟิลเลอร์ปากเป็นก้อน ลักษณะเป็นอย่างไร ?
โดยปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ปากใหม่ ๆ ริมฝีปากอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติครับ อาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงภายใน 4-5 วัน และฟิลเลอร์จะเข้าที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์ แต่หากเลยช่วงเวลาดังกล่าวแล้วยังมีอาการต่อไปนี้ ถือว่าผิดปกติและควรพบแพทย์
- มีก้อนนูนที่สัมผัสได้ชัดเจนบริเวณริมฝีปาก
- ทรงปากไม่สม่ำเสมอ ดูเป็นคลื่นหรือบิดเบี้ยว
- ปากดูบวมอ้วนเกินพอดี ไม่เป็นธรรมชาติ คล้ายปากเป็ด
- รู้สึกเจ็บหรือไม่สบายเมื่อสัมผัสบริเวณที่ฉีด
- มองเห็นก้อนได้ชัดเวลาขยับปากหรือแสดงสีหน้า
- มีอาการแดง ร้อน หรือมีของเหลวซึมออกมาบริเวณที่ฉีด
ความรุนแรงและลักษณะของก้อนแตกต่างกันไปในแต่ละเคส ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาค่ะ
สาเหตุของฟิลเลอร์ปากเป็นก้อนแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ แบบที่มีการอักเสบ และแบบที่ไม่มีการอักเสบร่วมด้วย
ฟิลเลอร์ปากเป็นก้อน แบบมีการอักเสบ
กลุ่มนี้จะสังเกตได้จากอาการบวม แดง ร้อน กดเจ็บ หรืออาจมีหนองร่วมด้วย สาเหตุหลักที่พบบ่อย ได้แก่
อาการแพ้ฟิลเลอร์: ร่างกายบางรายอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อสารในฟิลเลอร์ โดยเฉพาะหากใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ผ่าน อย. อาการแพ้มักเริ่มปรากฏภายใน 48 ชั่วโมงหลังฉีด สังเกตได้จากรอยแดง รอยช้ำ และนูนบวมบริเวณที่ฉีด
การติดเชื้อ: เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่สะอาด อุปกรณ์ไม่ผ่านมาตรฐานการแพทย์ หรือการฉีดในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย อาการจะมีก้อนแข็ง บวมแดง กดเจ็บ อาจมีหนอง และหากรุนแรงอาจทำให้เนื้อบริเวณปากตายได้
อ่านเเพิ่มเติม : แพ้ฟิลเลอร์ คืออาการแบบไหน เกิดขึ้นได้ไหม และแก้ไขอย่างไร
ฟิลเลอร์ปากเป็นก้อน แบบไม่มีการอักเสบ
กลุ่มนี้จะไม่มีอาการบวมแดงหรือเจ็บปวด แต่สัมผัสแล้วรู้สึกถึงก้อนในริมฝีปาก สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง: แพทย์ที่ขาดประสบการณ์อาจฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ตื้นหรือลึกเกินไป ทำให้ฟิลเลอร์กระจายตัวไม่สม่ำเสมอและจับกันเป็นก้อนได้
ใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากเกินไป: การฉีดฟิลเลอร์เกินความจำเป็นในจุดเดียว ทำให้เนื้อฟิลเลอร์สะสมและนูนเป็นก้อนขึ้นมาได้
เลือกเนื้อฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม: ริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีการขยับบ่อยและผิวบอบบาง จำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ยืดหยุ่นสูง หากเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งหรือโมเลกุลใหญ่ จะทำให้เห็นเป็นก้อนชัดเจนและดูไม่เป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว: หากฉีดผิดชั้น ฟิลเลอร์อาจเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่ฉีดไปยังบริเวณข้างเคียง ทำให้ปากดูไม่เป็นทรง พบบ่อยบริเวณรอบปากและร่องแก้ม
ใช้ฟิลเลอร์ปลอม: ฟิลเลอร์ที่ไม่มีสาร Hyaluronic Acid หรือไม่ผ่าน อย. จะไม่สลายตามธรรมชาติ จับตัวเป็นก้อนแข็ง และรักษาได้ยากกว่ามาก ถือเป็นอันตรายอย่างมาก
กล่องข้อควรรู้ : สำหรับผู้ที่เคยผ่าตัดริมฝีปากมาก่อน ต้องแจ้งแพทย์ก่อนรับการฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้งครับ เนื่องจากรอยแผลที่เป็นพังผืดอาจปิดกั้นเส้นเลือด ทำให้ความเสี่ยงในการอุดตันเส้นเลือดสูงกว่าเคสปกติ
ความอันตรายของฟิลเลอร์ปากเป็นก้อนขึ้นอยู่กับสาเหตุและลักษณะอาการ
หากเป็นก้อนที่ไม่มีการอักเสบร่วมด้วย ไม่เจ็บ ไม่แดง ไม่ร้อน กรณีนี้ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลต่อความสวยงามและความมั่นใจของคนไข้อย่างชัดเจน สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ออก ซึ่งผลลัพธ์จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แต่หากเป็นก้อนที่มีการอักเสบร่วมด้วย เช่น บวมแดง ร้อน เจ็บ หรือมีหนอง อาการเหล่านี้ถือว่าอันตรายมากครับ เพราะอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่
- การแพร่กระจายของเชื้อไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง
- เนื้อบริเวณปากตายและเสี่ยงเกิดแผลเป็นถาวร
- ผิวบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนสีหรือบิดเบี้ยวผิดรูป
กรณีที่อันตรายที่สุดคือการฉีดด้วยฟิลเลอร์ปลอม หรือฉีดผิดพลาดเข้าเส้นเลือด ซึ่งอาจทำให้ฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด เนื้อตาย หรือในกรณีรุนแรงถึงขั้นเสียการมองเห็นได้ หากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้
วิธีแก้ไขฟิลเลอร์ปากเป็นก้อนมีหลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ และความรุนแรงของอาการ
ฉีดสลายฟิลเลอร์
วิธีนี้เหมาะสำหรับกรณีที่ฉีดด้วยฟิลเลอร์แท้ประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งสามารถสลายได้ 100% โดยแพทย์จะใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ฉีดเข้าบริเวณที่เป็นก้อน ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้
- แพทย์ตรวจประเมินก้อนฟิลเลอร์และวางแผนการรักษา
- ฉีดสาร Hyaluronidase เข้าบริเวณที่เป็นก้อน
- รอประมาณ 15-20 นาที จะเริ่มเห็นผล ฟิลเลอร์สลาย 60-70%
- เห็นผลชัดเจนภายใน 2-7 วัน
- แพทย์นัดติดตามผล หากยังมีก้อนเหลืออยู่สามารถฉีดซ้ำได้ 1-2 ครั้งใน 1 เดือน
- รอ 1-2 สัปดาห์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใหม่
เจาะหรือดูดฟิลเลอร์ออก
เหมาะสำหรับกรณีที่ก้อนฟิลเลอร์มีขนาดไม่ใหญ่มาก และอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กเจาะดูดฟิลเลอร์ออก อาจเอาออกได้ประมาณ 50-70%
ผ่าตัดขูดออก
วิธีนี้ใช้ในกรณีที่ฉีดด้วยฟิลเลอร์ปลอม เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือสารที่ไม่ใช่ Hyaluronic Acid ซึ่งไม่สามารถสลายด้วยยาได้ แพทย์จะผ่าตัดขูดออก และมักไม่สามารถเอาออกได้ 100% นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฟิลเลอร์ปลอมอันตรายและแก้ไขได้ยากมาก
เติมฟิลเลอร์แก้ไข
ในบางเคสที่ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวหรือกระจายไม่สม่ำเสมอ แพทย์อาจพิจารณาสลายฟิลเลอร์เดิมออก จากนั้นเติมฟิลเลอร์ใหม่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ปากได้ทรงสวยงามตามที่ต้องการ
ดูแลตัวเองอย่างไร หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ?
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วรู้สึกมีก้อนหรือตุ่มนูน แนะนำให้รอสังเกตอาการประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนครับ เนื่องจากอาการบวมในช่วงแรกถือเป็นเรื่องปกติ และมักค่อย ๆ ยุบลงเองได้ครับ ระหว่างนี้ควรดูแลตัวเองดังนี้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด หรือนวดบริเวณที่ฉีดบ่อย ๆ
- งดแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มร้อนจัด เพราะทำให้ปากบวมได้ง่าย
- งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด
- ไม่ดึงหรือลอกหนังริมฝีปาก เพราะทำลายผิวริมฝีปากและลดความชุ่มชื้น
- ช่วง 12 ชั่วโมงแรก งดใช้หลอดดูด งดทาลิปสติก และงดสูบบุหรี่
- หากมีอาการแดง บวม ร้อน เจ็บมากผิดปกติ ให้รีบติดต่อแพทย์ทันที
แต่หากเลย 2 สัปดาห์ไปแล้ว ก้อนยังคงอยู่ หรือปากยังดูไม่เป็นทรง ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อรับการแก้ไขที่เหมาะสม
บทสรุป
ฟิลเลอร์ปากเป็นก้อน เป็นปัญหาที่สามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ฟิลเลอร์แท้ประเภท Hyaluronic Acid ที่ผ่าน อย. และเลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับบริเวณริมฝีปากโดยเฉพาะครับ หากเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ฟิลเลอร์แท้สามารถสลายออกได้ 100% แต่ฟิลเลอร์ปลอมต้องผ่าตัดขูดออก ซึ่งยุ่งยากและเสี่ยงกว่ามาก
ดังนั้น ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากควรศึกษาข้อมูลให้ดี เลือกคลินิกที่ไว้ใจได้ มีแพทย์ประสบการณ์ และติดตามผลหลังการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่สวยงามในระยะยาว
