ฟิลเลอร์ไม่สลาย เกิดจากอะไร อันตรายไหม วิธีรักษาและป้องกัน

ฟิลเลอร์ไม่สลาย เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้ที่เคยเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดเพื่อเพิ่มความอิ่มให้แก้ม เสริมสันจมูก ปรับรูปคาง หรือลดร่องลึกบนใบหน้า หากฟิลเลอร์ที่ฉีดไม่ยอมสลายตามระยะเวลาที่ควรจะเป็น ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา ตั้งแต่ก้อนนูนที่สัมผัสได้ใต้ผิวหนัง รูปหน้าที่ดูไม่สมมาตร ไปจนถึงภาวะอักเสบเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับปัญหาฟิลเลอร์ไม่สลาย ตั้งแต่สาเหตุที่พบบ่อย อาการที่บ่งบอกว่ามีปัญหา วิธีรักษา ไปจนถึงการป้องกันที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกคนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล และเข้าถึงการดูแลที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที

สารบัญ

ฟิลเลอร์ไม่สลายเกิดจากอะไร

ก่อนจะทำความเข้าใจว่าทำไมฟิลเลอร์ถึงไม่สลาย ควรทำความรู้จักก่อนว่าฟิลเลอร์ที่ใช้กันทั่วไปนั้นมีกี่ประเภท โดยฟิลเลอร์แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ฟิลเลอร์ชนิดสลายได้ (ไฮยาลูโรนิกแอซิด หรือ HA) ซึ่งร่างกายสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และฟิลเลอร์ชนิดถาวร เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน ที่ไม่สามารถสลายได้เองไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฟิลเลอร์ไม่สลายมีดังนี้

1. การใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือไม่ผ่านมาตรฐาน อย.

สาเหตุอันดับแรกและพบบ่อยที่สุด คือการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่ไฮยาลูโรนิกแอซิดแท้ ฟิลเลอร์ปลอมมักผลิตจากซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือสารสังเคราะห์ที่ไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไม่สลายเองตามธรรมชาติ ปล่อยให้เวลาผ่านไป 2-3 ปีก็ยังคงตกค้างอยู่ในเนื้อเยื่อ บางรายยังมีสิ่งแปลกปลอมสะสมจนร่างกายสร้างกลไกต้านทานและก่อให้เกิดการอักเสบรุนแรง

2. การฉีดผิดชั้นผิวหนัง

ฟิลเลอร์แต่ละประเภทมีความหนาแน่นของโมเลกุลต่างกัน ฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่จำเป็นต้องฉีดในชั้นผิวที่ลึกกว่า หากฉีดตื้นเกินไป จะทำให้เนื้อฟิลเลอร์จับตัวกันเป็นก้อน มองเห็นได้ชัด และย่อยสลายได้ยากขึ้น นอกจากนี้การฉีดในระดับที่ลึกเกินไปก็อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่นและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เช่นกัน

3. การใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากเกินจำเป็น

การฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่เกินกว่าที่ผิวบริเวณนั้นรองรับได้ จะทำให้เนื้อฟิลเลอร์สะสมและย่อยสลายได้ช้าลง โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวน้อย เช่น หน้าผาก หรือสันจมูก ซึ่งไม่มีแรงนวดจากกล้ามเนื้อช่วยกระจายเนื้อฟิลเลอร์ตามธรรมชาติ

4. ร่างกายตอบสนองต่อการย่อยสลายช้า

ในบางรายที่ฉีดฟิลเลอร์แท้ชนิด HA ร่างกายอาจย่อยสลายฟิลเลอร์ได้ช้ากว่าปกติ ขึ้นอยู่กับระบบเมตาบอลิซึมและการไหลเวียนเลือดในบริเวณนั้น กรณีนี้โดยทั่วไปไม่ถือว่าเป็นอันตราย หากไม่มีอาการอักเสบหรือก้อนแข็งร่วมด้วย

ฟิลเลอร์ไม่สลายอันตรายแค่ไหน อาการที่ควรสังเกต

ปัญหาฟิลเลอร์ไม่สลายอาจไม่แสดงอาการทันทีในช่วงแรก แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการตรวจและรักษาอย่างถูกต้อง ความเสี่ยงจะสะสมและรุนแรงขึ้นตามเวลา โดยเฉพาะในรายที่ฉีดฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ถาวรที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

อาการที่บ่งบอกว่าอาจมีปัญหาฟิลเลอร์ไม่สลาย ได้แก่

  • คลำพบก้อนแข็งหรือนูนผิดปกติใต้ผิวหนังในบริเวณที่เคยฉีด แม้จะผ่านมาหลายเดือนแล้ว
  • ใบหน้าไม่สมมาตร รูปหน้าบิดเบี้ยว หรือดูนูนผิดรูปเมื่อขยับใบหน้าหรือแสดงสีหน้า
  • มีอาการอักเสบเรื้อรัง บวมแดง เจ็บ หรือรู้สึกปวดเป็นระยะ แม้จะผ่านการฉีดมานานแล้ว
  • ผิวบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนสี มีรอยคล้ำหรือเป็นสีเขียวอมฟ้า (Tyndall effect) โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา
  • มีหนองไหล บวมผิดปกติร่วมกับอาการปวดรุนแรง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อ
  • รู้สึกมืดหน้า วิงเวียน หรือมีอาการตาพร่ามัวในกรณีที่ฉีดใกล้บริเวณดวงตา

ในกรณีที่รุนแรง ฟิลเลอร์ที่ไม่สลายอาจไหลเคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่นของใบหน้า กลายเป็นก้อนพังผืดขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง หรือในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจอุดตันหลอดเลือดจนเนื้อเยื่อขาดเลือดและเกิดภาวะเนื้อตาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม หากใช้ฟิลเลอร์แท้ชนิด HA และฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ โอกาสที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้มีน้อยมาก สิ่งสำคัญคือการหมั่นสังเกตความผิดปกติ และรีบปรึกษาแพทย์ทันทีหากพบอาการที่น่าเป็นห่วง

อ่านเพิ่มเติม : ฉีดสลายฟิลเลอร์ แก้ไขปัญหาฟิลเลอร์ไม่เรียบเนียนเป็นก้อน

ฟิลเลอร์ไม่สลายรักษาได้อย่างไรบ้าง

วิธีรักษาปัญหาฟิลเลอร์ไม่สลายขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ฉีด ระดับความรุนแรงของอาการ และการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยแบ่งออกได้เป็น 3 วิธีหลัก ดังนี้

1. การฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส

เป็นวิธีที่ปลอดภัยและนิยมมากที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์แท้ชนิดไฮยาลูโรนิกแอซิดเท่านั้น แพทย์จะฉีดเอนไซม์ Hyaluronidase เข้าไปในบริเวณที่ต้องการสลาย ฟิลเลอร์จะเริ่มยุบตัวภายในไม่กี่ชั่วโมง และสลายหมดภายใน 1-3 วัน

ข้อดี คือ ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลเร็ว ฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องหยุดพักงาน

ข้อควรระวัง คือ ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ เพราะเอนไซม์สามารถละลายเนื้อเยื่อรอบข้างได้หากใช้ปริมาณไม่เหมาะสมหรือฉีดผิดตำแหน่ง และไม่สามารถใช้ได้กับฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ถาวรทุกชนิด

2. การขูดฟิลเลอร์ออก

ใช้ในกรณีที่ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็งใต้ผิว หรือในรายที่ฉีดฟิลเลอร์ปลอมซึ่งไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ได้ แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กและใช้เครื่องมือทางการแพทย์เพื่อขูดเอาเนื้อฟิลเลอร์ออก อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะนำฟิลเลอร์ออกได้ทั้งหมด โดยทั่วไปสามารถนำออกได้ประมาณ 60-70% เท่านั้น

ข้อดี คือ สามารถนำฟิลเลอร์ที่ไม่ตอบสนองต่อการสลายด้วยยาออกได้

ข้อควรระวัง คือ มีแผล อาจมีรอยช้ำและบวมหลังทำ และต้องใช้เวลาพักฟื้น

3. การผ่าตัดเพื่อนำฟิลเลอร์ออก

เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับกรณีที่รุนแรง เช่น ฟิลเลอร์ถาวรฝังลึก มีการกระจายตัวในวงกว้าง หรือมีพังผืดสะสมจำนวนมาก การผ่าตัดต้องดำเนินการโดยแพทย์ศัลยกรรมที่มีความชำนาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากต้องหลีกเลี่ยงเส้นประสาทและหลอดเลือดสำคัญบนใบหน้า

ข้อดี คือ เหมาะสำหรับเคสรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่น

ข้อควรระวัง คือ ใช้เวลาฟื้นตัวนาน อาจมีรอยแผล และในบางตำแหน่งอาจนำฟิลเลอร์ออกได้ไม่หมด 100%

วิธีป้องกันปัญหาฟิลเลอร์ไม่สลาย

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา ปัญหาฟิลเลอร์ไม่สลายส่วนใหญ่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

เลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ ที่ผ่านการรับรองจาก อย.

ฟิลเลอร์ HA เป็นชนิดที่ปลอดภัยที่สุด เนื่องจากเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ร่างกายจึงสามารถย่อยสลายและขับออกได้โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง นอกจากนี้หากเกิดปัญหา ยังสามารถฉีดสลายได้ทันทีด้วยเอนไซม์ ควรหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ถาวรหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ระบุส่วนประกอบให้ชัดเจน

ตรวจสอบความแท้ของผลิตภัณฑ์ก่อนฉีดทุกครั้ง

ขอให้แพทย์แกะกล่องฟิลเลอร์ใหม่ต่อหน้า ตรวจสอบหมายเลข Lot ที่กล่อง ซอง สติกเกอร์ และหลอดบรรจุว่าตรงกันทุกจุด รวมถึงมีเอกสารกำกับภาษาไทยและเลขทะเบียน อย. ครบถ้วน

เลือกฉีดกับแพทย์ผู้มีความชำนาญเฉพาะทาง

แพทย์ที่มีประสบการณ์จะรู้ว่าควรฉีดในชั้นผิวใด ปริมาณเท่าไหร่ และเลือกฟิลเลอร์ประเภทใดให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้ารูปและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

หลีกเลี่ยงคลินิกที่เสนอราคาต่ำผิดปกติ

ราคาที่ถูกเกินจริงมักมาพร้อมกับความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการฉีดโดยผู้ที่ไม่มีความรู้ทางกายวิภาคอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาฟิลเลอร์ไม่สลายและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ

ดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างถูกวิธี

งดการกด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดแรงๆ ในช่วง 2-3 วันแรก หลีกเลี่ยงความร้อนจัด แอลกอฮอล์ และอาหารหมักดอง เพื่อป้องกันไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ก่อนเซ็ตตัว และควรไปพบแพทย์ตามนัดติดตามผลทุกครั้ง

ฉีดฟิลเลอร์กับ RWC Clinic ปลอดภัย มั่นใจทุกขั้นตอน

RWC Clinic โดยหมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ MD, PhD ว.48223) ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้รับบริการเป็นอันดับแรก ด้วยประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์และการปรับรูปหน้าอย่างครบวงจร แพทย์จะวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคล เลือกชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม พร้อมแกะกล่องฟิลเลอร์แท้ให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง

พบเราได้ที่ RWC Clinic ซอยสุขุมวิท 69 ใกล้ BTS พระโขนง สอบถามและนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ Line @rwc1 หรือโทร 091-010-9379

บทสรุปฟิลเลอร์ไม่สลาย

ปัญหาฟิลเลอร์ไม่สลาย ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ สาเหตุหลักมักเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ถาวรที่ไม่ผ่าน อย. การฉีดผิดชั้นผิว หรือการใช้ปริมาณมากเกินจำเป็น

การป้องกันที่ดีที่สุด คือการเลือกฉีดฟิลเลอร์แท้ชนิด HA กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน ไม่ตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว และสังเกตความผิดปกติอยู่เสมอ หากพบอาการที่น่าเป็นห่วงควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า