ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน? | วิธียืดอายุฟิลเลอร์ปากให้คงอยู่นาน

ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน? วิธียืดอายุฟิลเลอร์ปากให้คงอยู่นาน

ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจเสริมปาก เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ต้องลงทุนทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย บทความนี้จะให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาที่ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้ ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งาน และเคล็ดลับในการยืดอายุฟิลเลอร์ให้อยู่ได้นานที่สุด

สารบัญ

ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน

ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน

ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน คำตอบคือโดยเฉลี่ยประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก ทั้งการพูด การรับประทานอาหาร การดื่ม และการแสดงออกทางสีหน้า ทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วกว่าบริเวณอื่นๆ บนใบหน้า

โดยทั่วไป ระยะเวลาที่ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วง

ช่วงเวลาลักษณะการเปลี่ยนแปลง
0-3 เดือนฟิลเลอร์อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ปากอวบอิ่ม
4-6 เดือนฟิลเลอร์เริ่มสลายตัว ความอิ่มลดลงเล็กน้อย
7-12 เดือนฟิลเลอร์สลายตัวมากขึ้น จนเกือบกลับสู่สภาพเดิม

การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้หายไปในทันที และบางคนอาจพบว่า ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาต้องการรักษาผลลัพธ์ในระดับใด บางคนอาจพอใจกับผลลัพธ์ที่ยังคงอยู่ในช่วง 6-8 เดือน แม้จะไม่เต็มที่เหมือนช่วงแรก ในขณะที่บางคนอาจต้องการฉีดเติมทันทีที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง

อ่านเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ปาก ช่วยเพิ่มมิติให้รูปทรงของปาก ดูสวยละมุนอย่างปลอดภัย

ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งานของฟิลเลอร์ปาก

ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน มีคำตอบที่แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้

 

1. ชนิดและความเข้มข้นของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ที่มีความเข้มข้นสูงและมีการเชื่อมโยงโมเลกุล (cross-linking) มากจะอยู่ได้นานกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็อาจให้ความรู้สึกแข็งกว่าหรือดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าฟิลเลอร์ที่นิ่มกว่า

2. ปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีด

ปริมาณฟิลเลอร์ที่มากกว่ามักอยู่ได้นานกว่า โดยทั่วไปการฉีดปาก 1 ซีซี อาจอยู่ได้นานกว่าการฉีด 0.5 ซีซี แต่ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมชาติด้วย

3. อัตราการเผาผลาญของร่างกาย

คนที่มีเมตาบอลิซึมสูงจะสลายฟิลเลอร์เร็วกว่า คนที่ออกกำลังกายอย่างหนักสม่ำเสมอก็อาจพบว่าฟิลเลอร์ปากของพวกเขาสลายตัวเร็วกว่าคนที่มีวิถีชีวิตที่เนือยๆ

4. พฤติกรรมและการใช้ชีวิต

พฤติกรรมบางอย่างสามารถเร่งการสลายตัวของฟิลเลอร์ปาก ดังนี้

  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มผ่านหลอด
  • การเม้มปากบ่อยๆ
  • การบ้วนปากด้วยน้ำยาที่มีแอลกอฮอล์
  • การสัมผัสแสงแดดโดยไม่ป้องกัน

5. เทคนิคการฉีด

การฉีดลึกเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อ (intramuscular) มักอยู่ได้นานกว่าการฉีดในชั้นผิวหนัง (intradermal) แต่เทคนิคที่ใช้ควรเหมาะสมกับลักษณะริมฝีปากและผลลัพธ์ที่ต้องการ

เปรียบเทียบฟิลเลอร์ปากยี่ห้อต่างๆ

เปรียบเทียบฟิลเลอร์ปากยี่ห้อต่างๆ

 

 ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน มีคำตอบที่แตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ ด้านล่างนี้คือการเปรียบเทียบฟิลเลอร์ปากยี่ห้อยอดนิยมและระยะเวลาที่อยู่ได้โดยประมาณ ดังนี้

Juvederm

  • Juvederm Vobella: 8-12 เดือน
  • Juvederm Ultra Plus: 9-12 เดือน
  • Juvederm Volift: 9-12 เดือน
  • Juvederm Voluma: 12-18  เดือน

ลักษณะเด่น: ให้ความรู้สึกนุ่ม เป็นธรรมชาติ มีเทคโนโลยี Vycross ที่ช่วยลดอาการบวม

Restylane

  • Restylane Classic: 6-8 เดือน
  • Restylane Kysse: 9-12 เดือน

ลักษณะเด่น: เติมได้แม่นยำ ควบคุมง่าย เหมาะกับการเติมขอบปาก

Belotero

  • Belotero Volume: 6 เดือน
  • Belotero Lips: 6-18 เดือน

ลักษณะเด่น: เนื้อบางเบา กระจายตัวได้ดี ดูเป็นธรรมชาติมาก

e.p.t.q. 

  • e.p.t.q. S100 : 6 เดือน
  • e.p.t.q. S 300 : 6-8 เดือน

ลักษณะเด่น: ใช้เทคโนโลยี 2CM (Two Crosslinking Method Technology) ในการ Cross-linking โมเลกุลของไฮยาลูรอนิกแอซิด ทำให้ได้สารไฮยาลูรอนิก แอซิดที่มีความเข้มข้นสูง 24 mg./ml.

เมื่อพิจารณาว่า ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกยี่ห้อและรุ่นที่เหมาะกับความต้องการและงบประมาณของคุณ แพทย์อาจแนะนำให้เริ่มต้นด้วยฟิลเลอร์ที่อยู่ได้ไม่นานนักสำหรับการฉีดครั้งแรก เพื่อให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้หากไม่พอใจกับผลลัพธ์

เคล็ดลับยืดอายุฟิลเลอร์ปากให้อยู่ได้นานขึ้น

เคล็ดลับยืดอายุฟิลเลอร์ปากให้อยู่ได้นานขึ้น

หากคุณกำลังกังวลว่า ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน นี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของฟิลเลอร์ปากให้อยู่ได้นานขึ้น

1. ปกป้องริมฝีปากจากแสงแดด

  • ทาลิปบาล์มที่มี SPF ทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรงในช่วงเวลา 10.00-16.00 น.
  • สวมหมวกปีกกว้างเมื่อออกนอกบ้าน

2. รักษาความชุ่มชื้น

  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  • ใช้ลิปบาล์มบำรุงปากเป็นประจำ
  • เลี่ยงสภาพแวดล้อมที่แห้งเกินไป

3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เร่งการสลายตัว

  • งดสูบบุหรี่
  • ลดการดื่มผ่านหลอด
  • หลีกเลี่ยงการเม้มปากเป็นประจำ
  • ลดการใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์

4. ดูแลสุขภาพโดยรวม

  • ทานอาหารที่มีคอลลาเจนสูง เช่น ซุปกระดูก
  • ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิก แอซิด
  • งดอาหารที่มีเกลือสูงเพื่อลดการบวมน้ำ

5. การฉีดเติม (Top-up)

  • ฉีดเติมก่อนที่ฟิลเลอร์จะสลายหมด (ประมาณ 70%)
  • การฉีดเติมเป็นระยะช่วยรักษาผลลัพธ์และอาจใช้ปริมาณน้อยลง

6. การใช้ Skin Boosters

  • ทรีตเมนต์เสริม เช่น Profhilo หรือ Skin Boosters อื่นๆ
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและกักเก็บความชุ่มชื้น
  • ช่วยให้ผลของฟิลเลอร์ดูดีและอยู่ได้นานขึ้น

อาการหลังฉีดฟิลเลอร์ปากและการดูแล

อาการหลังฉีดฟิลเลอร์ปากและการดูแล

นอกจากคำถาม ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน แล้ว อีกหนึ่งคำถามที่พบบ่อยคือเรื่องของอาการหลังฉีดและวิธีการดูแล เพราะการดูแลที่ถูกต้องจะส่งผลต่อทั้งผลลัพธ์และระยะเวลาที่ฟิลเลอร์จะอยู่ได้

อาการที่พบได้ทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

  • อาการบวม: เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด โดยมักจะบวมมากที่สุดในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก และค่อยๆ ลดลงภายใน 3-7 วัน
  • รอยช้ำหรือจ้ำเลือด: อาจเกิดขึ้นได้หากมีการฉีดโดนเส้นเลือดฝอย มักหายภายใน 5-10 วัน
  • ปวดหรือเจ็บ: เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกไม่สบายในช่วง 2-3 วันแรก
  • ผิวแห้ง/ลอก: บางคนอาจพบว่าริมฝีปากแห้งหรือมีการลอกของผิวในช่วงแรก
  • คลำพบก้อนเล็กๆ: อาจรู้สึกได้ถึงก้อนเล็กๆ ในช่วงแรก ซึ่งควรค่อยๆ นิ่มลงและเรียบเนียนขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์

คำแนะนำในการดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

24 ชั่วโมงแรก

  • ประคบเย็น: ใช้น้ำแข็งห่อผ้าสะอาดประคบบริเวณปากช่วงละ 10 นาที ทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อลดอาการบวม
  • นอนหนุนหมอนสูง: ช่วยลดการบวมโดยเฉพาะในช่วงกลางคืน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส: ไม่ควรแตะ นวด หรือกดบริเวณที่ฉีด
  • งดอาหารร้อนจัด: อาหารอุณหภูมิห้องจะช่วยลดการระคายเคือง
  • งดแอลกอฮอล์และยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs: เพื่อลดความเสี่ยงของรอยช้ำและการบวม

1 สัปดาห์แรก

  • บำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์ม: ช่วยลดอาการแห้งและลอกของผิว
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณปาก: อย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงการบ้วนปากด้วยน้ำยาที่มีแอลกอฮอล์: อาจทำให้ริมฝีปากแห้ง
  • งดการออกกำลังกายหนัก: อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง
  • งดการสัมผัสความร้อนสูง: เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ดื่มน้ำมากๆ: ช่วยให้ฟิลเลอร์ซึ่งเป็นสารที่ดูดซับน้ำได้ดีทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

อาการผิดปกติที่ควรปรึกษาแพทย์ทันที

  • ปวดรุนแรงผิดปกติ: อาการปวดที่รุนแรงเกินกว่าปกติอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือการอุดตันของเส้นเลือด
  • การเปลี่ยนสีของผิวเป็นสีขาวซีดหรือคล้ำเกินไป: อาจเป็นสัญญาณของการขาดเลือดไปเลี้ยง
  • อาการชาที่ลุกลามไปบริเวณอื่น: เช่น ชาไปถึงจมูก ใบหน้า หรือตา
  • บวมมากเกินไปหรือไม่ลดลงหลัง 1 สัปดาห์: อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือปฏิกิริยาแพ้
  • มีไข้: มักบ่งชี้ถึงการติดเชื้อ

สรุป

ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 6-12 เดือน ฟิลเลอร์ปากทั่วไปที่ทำจากไฮยาลูรอนิก แอซิดจะค่อยๆ สลายตัวตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป

การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสม การดูแลริมฝีปากอย่างถูกวิธี และการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เร่งการสลายตัวสามารถช่วยยืดอายุฟิลเลอร์ปากให้อยู่ได้นานขึ้น นอกจากนี้ การปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อวางแผนการรักษาและการฉีดเติมที่เหมาะสมยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีและยาวนานที่สุด

หมอฉีดฟิลเลอร์ที่ดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า