TheraFill (เธราฟิลล์) คืออะไร เติมคอลลาเจนสดฟื้นฟูผิวเป็นธรรมชาติ

TheraFill (เธราฟิลล์) คืออะไร เติมคอลลาเจนสดฟื้นฟูผิวเป็นธรรมชาติ - Dr.kanom-RWC

ปัจจุบันผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์มักมองหาทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ไม่บวมเป็นก้อน และปลอดภัยสูง TheraFill (เธราฟิลล์) จึงกลายเป็นหนึ่งในนวัตกรรมคอลลาเจนสดที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยได้ทันทีแล้ว ยังกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายในอีกด้วย 

ที่ RWC Clinic การฉีด TheraFill อยู่ภายใต้การดูแลของ หมอขนม (ดร.พญ.ภัทรชนน อัศวรฤทธิ์) ผู้เชี่ยวชาญด้าน Facial Contouring และ Injectable Aesthetics ซึ่งเป็น KOL (Key Opinion Leader) ของผลิตภัณฑ์ TheraFill โดยตรง บทความนี้จะพาทำความรู้จัก TheraFill อย่างละเอียด ตั้งแต่ที่มา หลักการทำงาน ข้อดี ไปจนถึงการเตรียมตัวและดูแลผิวก่อน-หลังทำค่ะ

TheraFill คืออะไร

TheraFill หรือ เธราฟิลล์ คือ สารเติมเต็มผิวชนิดฉีด (Injectable Atelocollagen) ที่ผลิตจากคอลลาเจนบริสุทธิ์ชนิด Type I สกัดจากหนังหมู ผ่านกระบวนการกำจัดส่วน Telopeptide ซึ่งเป็นปลายสายโปรตีนที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ออกไป ทำให้ตัวยามีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอลลาเจนในร่างกายมนุษย์มากที่สุด ร่างกายจึงยอมรับได้ดีและมีโอกาสแพ้ต่ำมาก

โปรแกรม TheraFill คืออะไร หมอขนมมีคำตอบให้ค่ะ - Dr.kanom-RWC

TheraFill ผลิตโดยบริษัท CELLONTECH ประเทศเกาหลีใต้ ผู้เชี่ยวชาญด้านคอลลาเจนทางการแพทย์ระดับโลก และผ่านการรับรองมาตรฐานจากหลายองค์กร ได้แก่

  • US FDA – องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา
  • CE Mark – มาตรฐานสหภาพยุโรป
  • KFDA – องค์การอาหารและยาเกาหลีใต้
  • GMP – มาตรฐานการผลิตที่ดี
  • อย. ไทย – ขึ้นทะเบียนเป็นเครื่องมือแพทย์ Class IV ซึ่งเป็นระดับความปลอดภัยสูงสุดในหมวดสารฉีด

จุดที่ทำให้ TheraFill แตกต่างจากคอลลาเจนสดทั่วไปคือการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิควบคุมตลอดเวลา (1-25°C) เพื่อรักษาความเสถียรของโปรตีน คลินิกที่ได้มาตรฐานจึงต้องมีระบบจัดเก็บและตรวจสอบอุณหภูมิก่อนใช้งานทุกครั้ง นอกจากนี้ตัวผลิตภัณฑ์ยังผสมยาชา Lidocaine มาให้พร้อมในตัว ทำให้ระหว่างฉีดรู้สึกเจ็บน้อยลงอย่างมาก และด้วยความบริสุทธิ์สูงของโครงสร้างคอลลาเจน ทำให้ไม่จำเป็นต้องทำ Skin Test ก่อนการรักษา ต่างจากคอลลาเจนรุ่นเก่าที่ต้องรอทดสอบผิว 2-4 สัปดาห์ก่อนเริ่มทำจริง

อ่านเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ อยากฉีดแต่ไม่อยากเสี่ยง เรื่องต้องรู้ก่อนฉีด

หลักการทำงานของ TheraFill

การทำงานของ TheraFill แบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ผลลัพธ์ทั้งเห็นผลไวและอยู่ได้นาน

2 ระยะหลักการทำงานของ โปรแกรม TheraFill - Dr.kanom-RWC

ระยะที่ 1 : การเติมเต็มทันที (Immediate Correction)

เมื่อฉีด TheraFill เข้าสู่ชั้นผิวหนัง คอลลาเจนจะเข้าไปเติมเต็มบริเวณที่เสื่อมสภาพหรือมีร่องลึกได้ทันที ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้นตั้งแต่หลังฉีดเสร็จ

ระยะที่ 2 : การกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ (Bio-Stimulation Effect)

ในช่วง 2-4 สัปดาห์ถัดมา คอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน กระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลา ไม่ใช่แค่เติมเต็มชั่วคราวแล้วหายไป

ด้วยกลไกทั้ง 2 ระยะนี้ โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีด TheraFill ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน เพื่อให้เห็นผลชัดเจนและคงอยู่ได้ยาวนานที่สุด ผลลัพธ์โดยรวมจะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และพฤติกรรมการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล จึงแนะนำให้ฉีดซ้ำปีละ 1 ครั้งเพื่อคงความอิ่มฟูของผิวไว้

TheraFill ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง และใครเหมาะกับการทำ

TheraFill สามารถแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลาย โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความบางของผิวและร่องลึกตื้น ๆ ได้แก่

โปรแกรม TheraFill ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง และใครเหมาะกับการทำ - Dr.kanom-RWC
  • เติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องระหว่างคิ้ว และริ้วรอยรอบดวงตา (Crow’s Feet)
  • ลดเงาคล้ำใต้ตา แก้ปัญหา Tear Trough หรือใต้ตาลึกจนดูเหนื่อยล้า
  • เติมเต็มหลุมสิวและแผลเป็นตื้น ๆ
  • ปรับผิวให้เรียบเนียน ลดรูขุมขนกว้าง
  • เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้ผิวโดยรวม
  • ฟื้นฟูผิวที่บางลงจากการทำเลเซอร์หรือผลัดเซลล์ผิวบ่อยเกินไป จนเห็นเส้นเลือดใต้ผิว

กลุ่มคนที่เหมาะกับ TheraFill ได้แก่ ผู้ที่มีผิวบางจนเห็นเส้นเลือด ผู้ที่มีร่องลึกใต้ตาหรือร่องแก้มตื้น ผู้ที่มีริ้วรอยจากการขยับหน้า และผู้ที่ต้องการผลลัพธ์รวดเร็วแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการวอลลุ่มมากเหมือนการฉีดฟิลเลอร์

ในทางกลับกัน ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้มีประวัติแพ้คอลลาเจน โปรตีนจากสัตว์ หรือยาชา Lidocaine ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น SLE ผู้ที่มีแผลเป็นคีลอยด์ ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด และผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณที่ต้องการฉีด

TheraFill ต่างจากฟิลเลอร์ HA และวิตารัน (Vitaran) อย่างไร

หลายคนอาจสงสัยว่า TheraFill ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไป หรือสกินบูสเตอร์อย่างวิตารัน (Vitaran) อย่างไร เพราะดูเผิน ๆ อาจคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วแต่ละหัตถการมีจุดเด่นและกลไกที่แตกต่างกันชัดเจน

หัวข้อเปรียบเทียบTheraFillฟิลเลอร์ HAวิตารัน (Vitaran)
ส่วนประกอบหลักคอลลาเจน Type IHyaluronic AcidPDRN จาก DNA ปลาแซลมอน
กลไกการทำงานเติมเต็มทันที + กระตุ้นคอลลาเจนใหม่เติมเต็มและดูดซับน้ำกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ ลดอักเสบ
ผลลัพธ์ทันทีเห็นผลทันที ค่อย ๆ ดีขึ้นเห็นผลชัดเจนทันทีเริ่มเห็นผล 3-7 วัน
จุดเด่นติมร่องลึกตื้น ๆ ผิวเนียนเป็นธรรมชาติปรับโครงสร้างใบหน้า เพิ่มวอลลุ่มได้มากลดรอยแดง ฟื้นฟูผิวอักเสบ เพิ่มความฉ่ำ
ระยะเวลาคงอยู่6-12 เดือน6-24 เดือน (ตามยี่ห้อ)6-12 เดือน

สรุปง่าย ๆ คือ หากต้องการ ปรับโครงหน้า เติมร่องลึก หรือเพิ่มวอลลุ่มชัดเจน ฟิลเลอร์ HA จะตอบโจทย์มากกว่า หากต้องการ ฟื้นฟูผิวจากการอักเสบ ลดรอยแดง เพิ่มความชุ่มชื้นเชิงลึก วิตารันจะเหมาะสมกว่า ส่วน TheraFill จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการ เติมเต็มร่องลึกตื้น ๆ พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนของตัวเองไปพร้อมกัน โดยไม่ต้องการวอลลุ่มมากจนเกินไป ในบางเคสแพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกันระหว่าง TheraFill และวิตารันเพื่อฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมทั้งเชิงโครงสร้างและเชิงคุณภาพผิวค่ะ

การเตรียมตัวก่อนและการดูแลหลังทำ TheraFill

การเตรียมตัวก่อนและการดูแลหลังทำ TheraFill - Dr.kanom-RWC

การเตรียมตัวก่อนทำ

  • งดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา และกระเทียม ล่วงหน้า 3-7 วัน
  • งดแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติแพ้ยาหรือโรคประจำตัวโดยละเอียด

การดูแลหลังทำ

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีด 24-48 ชั่วโมงแรก
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ 1-3 วัน
  • งดออกกำลังกายหนัก 3-5 วัน
  • งดความร้อนจัด ซาวน่า หรืออบไอน้ำ 1-2 สัปดาห์
  • ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้งที่ออกแดด และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้คอลลาเจนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • งดทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์อื่นบริเวณเดียวกัน 2-4 สัปดาห์
  • หากมีอาการบวมหรือช้ำเล็กน้อย สามารถประคบเย็นได้ แต่ไม่ควรกดแรง

อ่านเพิ่มเติม : วิธีเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้า 2026 | ทำอย่างไรให้ผิวกลับมาเต่งตึง

บทสรุป TheraFill

TheraFill คือนวัตกรรมคอลลาเจนสดบริสุทธิ์ที่ตอบโจทย์การฟื้นฟูผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยกลไก 2 ระยะที่ทั้งเติมเต็มทันทีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายใน ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ไม่ต้องทดสอบผิวก่อนฉีด และมีความเสี่ยงต่อการแพ้ต่ำมาก จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมร่องลึกตื้น ๆ ฟื้นฟูผิวบาง หรือผู้ที่ยังไม่พร้อมสำหรับฟิลเลอร์ที่ให้วอลลุ่มมาก

อย่างไรก็ตาม การเลือกทำ TheraFill ควรเริ่มต้นจากการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล ที่ RWC Clinic ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนังและความงามโดยตรง พร้อมให้คำปรึกษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำหัตถการทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผิวของคุณจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า